fbpx

ฝึกลูกหายใจอย่างถูกวิธี ช่วยให้สุขภาพดีทั้งกายและใจ

Writer : nunzmoko
: 21 มกราคม 2562

การหายใจมีผลต่อการทำงานของสมอง ดังนั้น ถ้าคุณแม่อยากให้ลูกน้อยมีพัฒนาการทางสมองที่ดีควรสอนการหายใจอย่างถูกวิธีให้กับลูก จะมีวิธีอย่างไรบ้างไปดูกันเลยค่ะ

1. ฝึกหายใจเข้า

ให้สูดหายใจเข้าลึกๆ ทางจมูกให้หน้าท้องป่องออก หัดทำอย่างนี้ 2-3 ครั้งจนชำนาญ ถ้าหายใจถูกต้อง หน้าท้องจะป่องออกและหน้าอกจะมีการเคลื่อนไหวน้อยมาก โดยเฉพาะส่วนบนสังเกตจากการยกขึ้นของมือทั้งสองที่วางทาบไว้

2. ฝึกหายใจออก

ผ่อนลมหายใจออกเบาๆ ผ่านทางไรฟันในขณะที่ริมฝีปากเผยออกเพียงเล็กน้อย ให้ระยะเวลาของการหายใจออกเป็นประมาณ 3 เท่าของระยะเวลาหายใจเข้า จะเห็นว่ามือที่วางทาบอยู่บนหน้าท้องเคลื่อนลง ส่วนมือที่วางอยู่บนหน้าอกจะเคลื่อนไหวน้อยมาก นี่คือการหายใจออกโดยกล้ามเนื้อกระบังลมและกล้ามเนื้อหน้าท้อง ควรหัดทำแบบนี้ซ้ำหลายๆ ครั้ง จนแน่ใจว่าสามารถหายใจเข้าและออกโดยวิธีดังกล่าวซึ่งการหายใจดังกล่าวนี้จะใช้ในทุกท่าของการบริหารที่จะทำต่อไป

3. ฝึกในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท

ให้ลูกนอนราบบริเวณที่มีอากาศถ่ายเท เช่น ในสวนหรือระเบียง หลังจากนั้น เอาของเล่นโปรดของลูกวางไว้บนท้องของเขา แล้วให้ลูกหายใจให้ท้องพองจนของเล่นอยู่สูงที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ วิธีนี้จะทำให้ลูกรู้ว่า เมื่อเขาหายใจเข้า ท้องจะพองขึ้น และเมื่อหายใจออก ท้องจะแฟบลง เป็นการฝึกสมาธิที่ดีได้อย่างหนึ่ง

4. การเล่นฝึกหายใจ

การเล่น ที่อาจช่วยในการบริหารกล้ามเนื้อของกระบังลมหรือหน้าท้อง ได้แก่ การหัดเป่าลูกโป่ง หรือของเล่นชนิดที่เด็กต้องออกแรงเป่าหลังสูดหายใจเข้าเต็มที่ เช่น กังหันพลาสติกที่วางซ้อนกัน กระดาษสีตัดเป็นรูปผีเสื้อตัวเล็ก หรือกลีบดอกไม้ที่ใช้ปากเป่าให้บินได้ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมการออกกำลังกายที่สามารถทำได้ง่าย และให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแก่เด็ก เช่น การวิ่งแข่ง เตะฟุตบอล เล่นแชร์บอล การโหนบาร์ และการกระโดดเชือก เป็นต้น ซึ่งทั้งนี้ ท่านผู้ปกครองควรเลือกพิจารณาการออกกำลังกายบางอย่างให้เหมาะสมกับวัยของเด็กและควรอยู่ในความดูแลอย่างใกล้ชิดด้วยค่ะ

ประโยชน์ของการบริหารการหายใจที่ถูกต้องอย่างสม่ำเสมอ

สำหรับเด็กที่ป่วยด้วยโรคหวัดเป็นประจำ และมีอาการไอหอบบ่อยๆ โรคหืด หรือโรคทางเดินหายใจอักเสบเรื้อรัง ถ้าได้รับการฝึกการหายใจ ออกกำลังกายและบริหารปอดอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ จะช่วยส่งเสริมและฟื้นฟูสมรรถภาพปอดทำให้ความต้านทานของระบบการหายใจดีขึ้น มีสุขภาพแข็งแรงขึ้น ความต้องการใช้ยาต่างๆ โดยเฉพาะยาปฏิชีวนะก็จะลดลง ทำให้มีการระบายอากาศไปได้ ทุกส่วนของระบบหายใจ มีผลให้ก๊าซออกซิเจนสามารถผ่านไปยังส่วนต่างๆ ของร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวใจ ปอด และสมองได้ดีที่สุด และช่วยให้มีการถ่ายเท สารก่อภูมิแพ้หรือสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองหรือเป็นพิษต่อท่อทางเดินหายใจและปอดที่สูดเข้าไปออกมาได้ดี โดยไม่คั่งค้างอีกด้วย

ที่มา – oknation.nationtv.tv

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



สิทธิประโยชน์ “ฝากครรภ์ฟรี” ปี 60
ข้อมูลทางแพทย์
ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
การกอด เป็นวิธีการบอกรักรูปแบบหนึ่งที่ทำได้ง่าย นอกจากจะช่วยทำให้รู้สึกอบอุ่นและมีความสุขแล้ว ยังช่วยกระตุ้นการทำงานของฮีโมโกลบิน ทำให้การลำเลียงของออกซิเจนไปเลี้ยงเนื้อเยื่อส่วนต่าง ๆ ให้ทำงานได้อย่างทั่วถึงอีกด้วย นายแพทย์บัญชา ค้าของ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า จากการเก็บข้อมูลขของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ที่ได้ทำการศึกษาในกลุ่มคนจำนวน 724 คน ระยะเวลา 75 ปี พบว่า ปัจจัยที่ทำให้คนเราอายุยืนก็คือการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดี โดยเฉพาะความสัมพันธ์ใกล้ชิดที่มีคุณภาพ ซึ่งการกอดคือหนึ่งในปัจจัยนั้น เพราะการกอดมีประโยชน์ต่อร่างกายและจิตใจ ที่ช่วยให้ผู้ถูกกอดรู้สึกอบอุ่นและเป็นสุข ซึ่งผู้ที่ได้รับการกอดหรือกอดผู้อื่น จะช่วยทำให้เกิดความกระตือรือร้น บรรเทาความเจ็บป่วย ซึมเศร้า ความวิตกกังวล  ตามคำแนะนำของเวอร์จิเนีย ซาเทียร์ นักจิตวิทยาครอบครัวที่มีชื่อเสียงระดับโลกชาวแคนาดา ที่พบว่าการกอดวันละ 4 ครั้ง เพื่อการดำรงชีวิต วันละ 8 ครั้ง เพื่อการดำเนินชีวิต และ 12 ครั้ง เพื่อจิตใจและการเจริญเติบโตของร่างกาย ดังนั้นการกอดจึงเป็นการการทำง่ายๆ ที่เราสามารถทำได้ทุกวัน วันละหลายครั้ง เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและความสุขให้ครอบครัวของเรา อ้างอิงจาก https://multimedia.anamai.moph.go.th/news/news140263/
20 กุมภาพันธ์ 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort