fbpx

จะทำไงดีหนอ ? เมื่อมีแผลในปากจนลูกร้องจ๊าก

Writer : giftoun
: 14 มกราคม 2561

เมื่อวันดีคืนดีลูกเกิดมีแผลเป็นในปาก ลูกคงเจ็บปาก และคุณแม่คงเจ็บปวดมิใช่น้อย จะมีวิธีการใดรับมือบ้าง มาดูกันเลยค่ะ

บ้วนปากด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง

ลองบ้วนปากด้วยน้ำเกลือวันละ 2-3 ครั้ง ซึ่งจะผสมเกลือ 1 ช้อนชาในน้ำ 1 แก้ว ซึ่งน้ำเกลือนอกจากจะช่วยรักษาแผลได้แล้ว ยังช่วยทำให้ปากสะอาด แบคทีเรียลดลงอีกด้วยค่ะ

อมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ หรือดื่มน้ำเย็นๆ

อีกวิธีที่รับมือได้ง่ายเมื่อลูกเริ่มมีอาการปวด คือให้อมน้ำแข็งก้อนเล็กๆ หรือดื่มน้ำเย็นๆ เพื่อบรรเทาอาการ ซึ่งส่วนใหญ่โรคนี้จะค่อยๆ หายได้เองตามธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้องใช้ยาอื่นๆ

กินยาแก้ปวดถ้าปวดมาก

ถ้ามีอาการปวดมากให้กินยาพาราเซตามอล (Paracetamol) เพื่อบรรเทาอาการปวดนี้ได้ค่ะ สามารถใช้ได้เป็นครั้งคราวนะคะ

ป้ายแผลด้วยยา

ถ้าอาการปวดรุนแรงหรือต้องการให้แผลหายโดยเร็ว ให้ป้ายแผลด้วยยาชนิดใดชนิดหนึ่งดังต่อไปนี้ วันละ 2-4 ครั้ง จนกว่าแผลจะหายค่ะ

หลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดการระคายแผล

ระหว่างที่ลูกมีแผลในปากนั้น ต้องหลีกเลี่ยงอาหารที่ก่อให้เกิดการระคายแผล เช่น อาหารแข็ง อาหารทอด อาหารเผ็ด อาหารเปรี้ยวจัด และอาหารรสจัดอื่น ๆ เครื่องดื่มร้อน ๆ และผลไม้ที่มีฤทธิ์เป็นกรด เช่น มะนาว ส้ม รวมไปถึงเครื่องดื่มรสซาบซ่าทั้งหลาย แล้วหันไปรับประทานอาหารอ่อนที่มีรสจืดหรือรสเย็น เพื่อลดการระคายเคืองในช่องปากและลดอาการเจ็บช่องปาก

ดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น

ช่วงนี้ควรดื่มน้ำสะอาดให้มากขึ้น อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว เมื่อไม่มีโรคที่ต้องจำกัดการดื่มน้ำ เพื่อจะได้บรรเทาอาการเจ็บแผลในปากมากยิ่งขึ้นค่ะ

ทานอาหารให้ครบ 5 หมู่

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ในทุกมื้ออาหาร โดยเฉพาะโฮลเกรน นม ถั่ว ไข่ ตับ เนื้อสัตว์ไม่ติดมัน ปลา และอาหารทะเล เพื่อให้แน่ใจว่าร่างกายจะได้รับวิตามินบี กรดโฟลิก ธาตุเหล็ก และสังกะสี (อาหารนึ่งเป็นวิธีการง่าย ๆ ที่สามารถช่วยรักษาระดับโฟเลตหรือกรดโฟลิกไว้ได้)

เมื่อรู้วิธีรับมือเมื่อลูกมีแผลในปากแล้ว คุณแม่ลองจดเก็บไว้และนำมาปรับใช้ได้นะคะ อย่างไรก็ตาม คอยสังเกตอาการของลูกให้ดีๆ ถ้าอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์ทันทีค่ะ

ที่มา – medthai

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
เริ่มให้ลูกฝึกปั่นจักรยานตอนไหนดี?
กิจกรรมของครอบครัว
ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
8 กีฬาฝึกลูกไว้ไม่มีเชย
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama