คนไม่ท้องไม่มีวันเข้าใจ!! 5 การเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่คุณแม่มือใหม่ต้องเตรียมรับมือ

Writer : giftoun
: 5 กรกฏาคม 2562

เมื่อคุณแม่เริ่มตั้งครรภ์แล้ว ถึงเวลาที่จะได้เป็นคุณแม่มือใหม่เสียที จะมีการเปลี่ยนแปลงของร่างกายที่คุณแม่มือใหม่ต้องเตรียมรับมือบ้างนั้น มาดูกันเลย

ปัสสาวะบ่อย

เมื่อเริ่มตั้งครรภ์ใหม่ ไตจะทำงานหนักมากกว่าปกติ เพราะปริมาณของเลือดในร่างกายมีเพิ่มขึ้น มดลูกที่โตขึ้นจากการตั้งครรภ์ จะต้องการเลือดไปเลี้ยงมดลูกมากกว่าปกติ ร่างกายจึงปรับตัวให้มีเลือดเพิ่มขึ้น ชีพจรเต้นเร็วขึ้น มีเลือดผ่านไตมากขึ้นกว่าเดิม จึงทำให้ไตกลั่นกรองเอาปัสสาวะมามากขึ้น และในขณะเดียวกันมดลูกที่อยู่ติดกับด้านหลังของกระเพาะปัสสาวะก็มีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย จึงไปเบียดและกดกระเพาะปัสสาวะ ทำให้พื้นที่ความจุของปัสสาวะมีน้อยลง ส่งผลให้คุณแม่ปัสสาวะบ่อยมากขึ้นนั่นเองค่ะ

คลื่นไส้อาเจียน

คุณแม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ส่วนใหญ่มักจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน วิงเวียนศีรษะ บางคนรู้สึกใจหวิวๆ ใจสั่น บางคนก็หน้ามืด เป็นลม ซึ่งถือว่าเป็นอาการแพ้ท้องที่พบได้บ่อยที่สุดในหญิงตั้งครรภ์ สาเหตุเป็นเพราะฮอร์โมนที่ผลิตขึ้นจากการตั้งครรภ์นั้นไปรบกวนระบบทางเดินอาหาร ทำให้เกิดอาการคลื่นไส้หรือรู้สึกพะอืดพะอมและอาเจียนออกมาได้ค่ะ

อ่อนเพลีย เมื่อยล้า

เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์จะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้า อยากนอนหลับตลอดเวลา เนื่องจากฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่สูงขึ้นมีผลทำให้กล้ามเนื้อในร่างกายคลายตัวเหมือนยากล่อมประสาท ภายในร่างกายนั้นใช้พลังงานอย่างมากในการพัฒนาทารกในครรภ์ ทำให้ร่างกายมีอุณหภูมิสูงและสูญเสียพลังงานมากขึ้น และพลังงานเหล่านี้ยังช่วยปรับสภาพแวดล้อมภายในครรภ์ให้เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตของทารกในครรภ์อีกด้วย อาการเหล่านี้จะทำให้คุณแม่ได้รู้ว่าควรพักผ่อนอย่างเต็มที่ค่ะ

อารมณ์แปรปรวน

อารมณ์คุณแม่อาจจะแปรปรวนซึ่งอาจเป็นผลมาจากฮอร์โมนในร่างกายที่มีการเปลี่ยนแปลง ทำให้คุณแม่มีอารมณ์อ่อนไหว แปรปรวน หรือหงุดหงิดได้ง่าย บางทีใครทำอะไรไม่ถูกใจเพียงน้อย กลับทำให้อารมณ์เสียขึ้นมาได้ง่าย หรือบางครั้งแค่ได้ยินหรือได้ฟังเรื่องเศร้าก็ร้องไห้ น้ำตาซึม หรือปล่อยโฮได้เลย ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เคยเป็นแบบนี้ และเมื่อผ่านพ้นช่วงนี้ไปอารมณ์ของคุณแม่ก็เข้าสู่ภาวะปกติ

หายใจถี่

เมื่อคุณแม่รู้สึกเหนื่อยและเริ่มหายใจถี่ขึ้นเมื่อทำงานที่ต้องใช้แรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน สาเหตุอาจเป็นเพราะมีตัวอ่อนที่กำลังเจริญเติบโตมีความต้องการออกซิเจนจากคุณแม่อยู่ก็เป็นได้ และอาการเช่นนี้จะเป็นอย่างต่อเนื่องไปตลอดการตั้งครรภ์ เมื่อทารกมีการเจริญเติบโตมากขึ้นก็จะมีแรงกดดันต่อปอดและกะบังลมของคุณแม่มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคุณแม่เป็นเรื่องปกติ อยากให้คุณแม่มือใหม่ทำใจให้สบาย ถ้ามีความกังวลใดๆ สามารถระบายกับคุณพ่อได้หรือปรึกษาแพทย์ได้นะคะ

ที่มา – medthai

Writer Profile : giftoun


  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 อาหารเสี่ยงท้องเสียสำหรับคุณเเม่
เตรียมตัวเป็นแม่
12 ข้อดีจากการให้นมแม่
เตรียมตัวเป็นแม่
20 คำที่ไม่ควรพูดกับลูก
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
4S -ภาวะสตาฟิโลค็อกคอล สเกลด์ สกิน ซินโดรม (Staphylococcal Scalded Skin Syndrome) เชื้อแบคทีเรียบนผิวหนังปล่อยท็อกซิน ออกมาทำให้ชั้นผิวหนังกำพร้าที่ยังมีภูมิคุ้มกันไม่สมบูรณ์ ทำให้มีการหลุดลอกแบบตื้นๆ สามารถรับเชื้อมาจากผู้ใหญ่ที่สัมผัสตัว ดังนั้นเพื่อไม่ให้เด็กๆ ได้รับเชื้อโรคจนเป็นอันตรายต่อผิวหนัง เราก็ต้องใส่ใจเรื่องความสะอาด ระมัดระวังเมื่อจะต้องใกล้ชิดสัมผัสตัวเด็ก อาการของโรค 4S มีอาการไข้ ตัวแดง ร้องงอแง เจ็บบริเวณผิวหนัง มีหนอง เยื่อบุตาอักเสบ อาการแบบนี้รีบพาไปหาหมอ เด็กนอนดิ้นไปดิ้นมาอย่างทรมาน ผิวหนังบวมเป่ง ตุ่มใสสีแดงและเหลืองขึ้นไม่หยุด มีไข้ร่วมด้วย วิธีรับมือกับโรค 4S ดื่มนมแม่สร้างภูมิคุ้มกัน ตัดเล็บลูกให้สั้นอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของเสื้อผ้า ที่นอน ข้าวเครื่องใช้ของเด็ก คนใกล้ชิดล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงสถานที่แออัด ที่มีคนอยู่เยอะ เลือกผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่เหมาะสม ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด การป้องกัน ล้างมือให้สะอาด ก่อนสัมผัสตัวเด็ก หลีกเลี่ยงการให้เด็กโดนคนอื่นหอมแก้ม โดยที่คนๆ นั้นยังไม่ได้ล้างหน้า หรือทำความสะอาดร่างกาย ถ้าเด็กมีไข้ ผิวหนังบวมแดง ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
14 กรกฏาคม 2562