fbpx

Food Waste กำจัดขยะอาหาร ดีต่อเรา..ดีต่อโลก

Writer : Phitchakon
: 6 มิถุนายน 2565

รู้หรือไม่ ขณะที่เอร็ดอร่อยกับมื้ออาหาร เราอาจกำลังทำร้ายโลกโดยไม่รู้ตัว

จากพฤติกรรมกินทิ้งกินขว้าง กักตุนอาหารเกินความจำเป็นของแต่ละครัวเรือน รวมถึงปัญหาการบริหารจัดการวัตถุดิบ และกระบวนการผลิตอาหารของภัตตาคาร ร้านอาหาร รวมถึงโรงงาน ทุกวันนี้จึงมีปริมาณอาหารถึง 1 ใน 3 ของโลกที่ถูกทิ้งเป็นขยะ คิดเป็น 1,300 ล้านตันต่อปี! และยังถือเป็นต้นต่อสำคัญซึ่งทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้นเรื่อยๆ ปัญหา Food Waste หรือขยะอาหาร จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรใส่ใจ และร่วมด้วยช่วยกันแก้ไขโดยเร่งด่วน 

แต่กับบ้านที่มีเจ้าตัวน้อยวัยกำลังกิน ทดลองสำรวจไปเสียทุกอย่าง มีความชื่นชอบที่เปลี่ยนไปทุกวี่ทุกวัน ดูเหมือนว่าการลดขยะอาหารจะเป็นไปได้ยากเหลือเกิน ครั้นจะดึงดันต่อว่า หรือทำโทษ ก็มีแต่จะส่งผลเสีย สร้างความรู้สึกไม่ดี สร้างบรรยากาศอึมครึมบนโต๊ะอาหาร แถมลูกอาจจะมีพฤติกรรมเลือกกินตามมา

วันนี้ Parents One ขอแนะนำวิธีลดขยะอาหารในบ้าน ฉบับครอบครัวสุขสันต์ พ่อแม่ยิ้มได้ คุณลูกร่าเริง รับรองว่านอกจากจะช่วยลดปัญหาสิ่งแวดล้อม ช่วยเหลือผู้คนที่ขาดแคลน และยังเป็นการลดค่าใช้จ่ายในบ้านได้อีกด้วย ดีต่อเราดีต่อโลกขนาดนี้ รอช้าไม่ได้แล้ว ไปดูกันเลยค่ะ ! 

  • เข้าใจตัวย่อบนฉลากอาหาร :  

วัตถุดิบแต่ชนิดมีช่วงอายุที่แตกต่างกันออกไป สังเกตได้จากวันที่ระบุบนฉลาก แต่บางครั้งความสับสนระหว่างตัวย่อก็ทำให้เราทิ้งวัตถุดิบหลายอย่างไปอย่างน่าเสียดาย 

  • MFG / MFD (Manufacturing date / Manufactured Date) คือ วันที่ผลิต
  • EXP / EXD (Expiry date) คือ วันหมดอายุ —— “หากเลยวันที่ระบุ อาหารอาจเน่าเสียหรือบูด ไม่ควรรับประทาน”
  • BB / BBE (Best before / Best before end) คือ ควรบริโภคก่อนวันที่ระบุ —— “หากเลยวันที่ระบุแล้ว ยังสามารถรับประทานได้โดยไม่เป็นอันตราย แต่คุณภาพของอาหารอาจลดลง” 

นอกจากจะสังเกตวันที่ระบุบนฉลากอาหารแล้ว อย่าลืมสังเกตบรรจุภัณฑ์ว่ามีรูปทรงผิดแปลกไปจากเดิม มีรอยบุบ รอยรั่ว หรือสนิมหรือเปล่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อให้ยังไม่ถึงวันหมดอายุก็ไม่ควรรับประทาน

  • วางแผนจ่ายตลาด :

ก่อนจะออกไปซื้อของเข้าบ้าน ขอเชิญชวนคุณพ่อคุณแม่หยิบกระดาษปากกา หรือเปิดโน้ตในโทรศัพท์มือถือ นั่งวางแผนการจับจ่ายใช้สอยเสียก่อน

นับจำนวนสมาชิกในบ้าน ลองสำรวจสิ่งของที่มีอยู่แล้วในตู้เย็น และกำหนดเมนูอาหารในแต่ละสัปดาห์ เขียนมาเป็นรายการว่าควรจะต้องซื้ออะไรเพิ่มมากน้อยเท่าไร การทำรายการซื้อของไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ตัดใจจากสิ่งของที่ไม่จำเป็น และโปรโมชันล่อตาล่อใจในห้างสรรพสินค้าได้ง่ายขึ้น 

  • จัดเก็บอาหารให้ถูกวิธี : 

อีกหนึ่งเคล็ดลับที่จะช่วยยืดอายุวัตถุดิบออกไปให้นานยิ่งขึ้น คือการจัดเก็บอาหารอย่างถูกวิธี พยายามจัดให้สามารถมองเห็นทุกอย่างชัดเจน สามารถหยิบใช้ได้สะดวก ไม่หลงไม่ลืมอะไรไป และถ้าเป็นไปได้ควรเขียนวันที่ซื้อมาติดเอาไว้เพื่อช่วยให้เลือกใช้วัตถุดิบต่างๆ ได้ทันเวลา

  • เนื้อสัตว์ อาหารทะเล  ควรเก็บในภาชนะสะอาดแล้วนำเข้าช่องแช่แข็ง สามารถ
  • นม โยเกิร์ต ควรเก็บรักษาในอุณหภูมิเย็นจัดคงที่ เช่น ชั้นวางด้านล่างที่มีอุณหภูมิเย็นสุดรองจากช่องแช่แข็ง เพราะเป็นอาหารที่เสียง่าย
  • ไข่ เครื่องปรุง ไม่ต้องการความเย็นมาก สามารถเก็บไว้ที่ชั้นวางบริเวณบานประตูได้ บริเวณนี้เหมาะสำหรับเก็บอาหารที่ไม่เน่าบูด เพราะมีอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อยจากการปิดเปิดตู้เย็น
  • ผัก ผลไม้ ควรใส่ภาชนะหรือถุงใส แล้วเก็บในช่องแช่ผักเพื่อรักษาความสด
  • ถั่ว ธัญพืช และอาหารแห้ง ควรเก็บในภาชนะสะอาด ไม่อับชื้น

 

  •  ทำอาหารในปริมาณพอเหมาะ : 

จัดปริมาณอาหารพอดีกับความต้องการของแต่ละคนในบ้าน ส่วนมากเด็กๆ มักจะกินน้อยกว่าที่เราคาดไว้อยู่แล้ว จานอาหารของเด็กๆ อาจจะเริ่มจากตักอาหารในปริมาณที่น้อยก่อน แล้วค่อยเติมเมื่อลูกต้องการ เพราะเมื่อตักอาหารใส่จานทั้งหมดในปริมาณที่มากเกินไป ย่อมเสี่ยงต่อเหลือทิ้งเป็นขยะ แต่หากแยกส่วนสำหรับเติมไว้ ก็ยังสามารถเก็บไว้เพื่อมื้อต่อๆ ไปได้

สำหรับเด็กเล็กที่เริ่มหัดกิน Finger Food ควรเริ่มจากอาหาร 2-3 ชิ้น ป้องกันการขว้างปาอาหารลงพื้นทั้งหมด

  • คิดเมนูใหม่ๆ จากของเหลือในบ้าน  :

สร้างสรรค์เมนูใหม่ๆ จากวัตถุดิบเหลือในตู้เย็น อย่างผัก ผลไม้ก็สามารถนำไปดัดแปลงได้ทั้งในรูปแบบอาหารคาว และอาหารหวาน เช่น การนำแครอทไปทำซุปผักรวม นำแอปเปิล กล้วยทำสมูทตี้ผลไม้ หรือนำขนมปังใกล้หมดอายุมาทำเมนูของว่างอย่างขนมปังกรอบโรยน้ำตาล และอีกหลากหลายเมนูแสนอร่อย ทำได้ง่ายๆ ที่บ้าน นอกจากจะช่วยกำจัดขยะอาหาร ยังเปลี่ยนวัตถุดิบบางอย่างที่เด็กๆ เคยเบือนหน้าหนีให้กลายเป็นเมนูโปรดรับประทานง่าย และมีประโยชน์

  • ใช้วัตถุดิบให้คุ้มค่า :

วัตถุดิบบางอย่างสามารถใช้ประกอบอาหารได้หลากหลายส่วน เราควรมีการวางแผนจัดการวัตถุดิบให้คุ้มค่า เหลือทิ้งเป็นขยะน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ เช่น ปลา 1 ตัว หลังนำเนื้อไปประกอบอาหารแล้วก็สามารถนำส่วนหัวไปต้มเป็นน้ำซุป เช่นเดียวกันกับเนื้อหมูหรือเนื้อวัวที่สามารถนำไปเคี่ยวทำซุปอร่อยกลมกล่อมได้เหมือนกัน

  • นำเศษอาหารไปใช้ประโยชน์ :

นำเศษอาหารส่วนที่ไม่สามารถรับประทานได้แล้วไปใช้ประโยชน์ต่อ เช่น การทำปุ๋ยหมัก การนำเปลือกถั่วหรือเปลือกไข่โรยในกระถางต้นไม้เพื่อเพิ่มสารอาหารในดิน

  • สอนเจ้าตัวน้อยรู้จักคุณค่าของอาหาร :  

วิธีนี้เป็นวิธีที่จะสามารถแก้ไขปัญหาขยะอาหารได้อย่างยั่งยืนที่สุด คุณพ่อคุณแม่สามารถพาลูกเรียนรู้คุณค่าของอาหารผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่นการปลูกผักในบ้าน ทำอาหารด้วยกัน พาลูกไปจ่ายตลาด ชวนพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องที่มาของอาหาร เป็นต้น

ขอบคุณข้อมูลจาก

Writer Profile : Phitchakon

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
Banner Banner
นับว่าเป็นปัญหาสามัญประจำบ้านเลยค่ะ ที่เจ้าหนูจะต้องเผลอเล่นอะไรสักอย่างจนติดผมแล้วเอาไม่ออกในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นหมากฝรั่งตัวดี ดินน้ำมันหนึบหนับ หรือสไลม์เหนียวเหนอะ ก็ล้วนเป็นปัญหาของคุณพ่อคุณแม่ว่าจะล้างออกยังไง หรือจะใช้กรรไกรตัดปัญหาเลยดีนะ แต่ Parents One ขอให้คุณพ่อคุณแม่วางกรรไกรลงก่อนค่ะ! เรามีวิธีขจัดเจ้าวายร้ายเหนอะหนะเหล่านี้มาให้คุณพ่อคุณแม่วางใจ ก่อนที่เจ้าหนูจะได้ผมทรงใหม่เสียก่อน เราไปดูกันเลยดีกว่า     หมากฝรั่ง ขนมแสนโปรดสุดหนึบหนับของเจ้าตัวน้อย ที่สุดท้ายมันต้องไปลงเอยที่ผมสักครั้งล่ะน่า! ด้วยคุณสมบัติเหนียวหนึบของหมากฝรั่งทำให้เกาะผมได้แน่นจนอยากจะหยิบกรรไกรมาตัดให้รู้แล้วรู้รอด แต่เราสามารถใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมัน หรือน้ำมันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเบบี้ออยล์ น้ำมันพืช น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว วาสลีน หรือแม้กระทั่งเนยถั่วก็สามารถนำมาใช้ได้เช่นกันค่ะ ทาน้ำมันให้ทั่วบริเวณที่หมากฝรั่งติดผม ทิ้งไว้สัก 1 นาทีให้น้ำมันสลายความเหนียวหนึบ สางผมเบา ๆ ให้หมากฝรั่งหลุดออกมา จากนั้นจึงสระผมให้สะอาดค่ะ     ดินน้ำมัน ของเล่นยอดฮิตที่นอกจากจะปั้นสนุก ฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็ก แต่ก็เป็นความปวดหัวให้กับพ่อแม่เมื่อมันดันไปติดผมลูกน้อยอีกด้วยค่ะ ด้วยความมันเหนอะของดินน้ำมัน อาจทำให้การเอาก้อนดินออกจากเส้นผมนั้นไม่ง่ายเท่าไรนัก แต่ดินน้ำมันเป็นวัตถุที่ไวต่ออุณหภูมิ ถ้าดินน้ำมันติดอยู่ที่บริเวณปลายผม สามารถใช้น้ำร้อนและแชมพูค่อย ๆ ทำให้ดินน้ำมันละลายและหลุดออกมาได้ ใช้หวีช่วยสางเพื่อเอาดินออกมาให้หมด หรือคุณพ่อคุณแม่สามารถใช้น้ำแข็งก้อน ถูดินน้ำมันที่ติดผมให้แข็งตัวและขจัดความเหนียว ค่อยหยิบออกมาทีละนิด หรือใช้หวีสางก็ได้เช่นกันค่ะ     แป้งโด ถึงแป้งปั้นหรือ Play-Doh จะถูกจัดเป็นของเล่นประเภทเดียวกับดินน้ำมัน แต่ด้วยส่วนผสมที่ต่างกัน ก็ทำให้การรับมือนั้นต่างไปด้วย และการเอาออกจากผมก็ไม่ยากอย่างที่คิด ขั้นแรกหากดินยังไม่แห้ง ให้นำหวีมาสางแป้งปั้นที่ติดตามผมออกให้เยอะที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าแป้งปั้นแห้งแล้ว ค่อย ๆ บีบให้แป้งปันแตกเป็นชิ้น ๆ เพื่อเอาออกจากเส้นผมค่ะ ล้างผมและสระผมด้วยแชมพู ทิ้งแชมพูไว้บนผมประมาณ 5 นาทีให้แป้งปั้นนิ่มลง ระหว่างนั้นสามารถเล่นกันในห้องน้ำ หรือสวมหมวกอาบน้ำครอบหัวไว้กันแชมพูเข้าตา ค่อยล้างให้สะอาด จากนั้นจึงทาครีมนวดผม…
18 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save