fbpx

เป็ดยางตัวร้ายแหล่งสะสมแบคทีเรียใกล้ตัว

Writer : blahblahboong
: 3 เมษายน 2561

เป็ดน้อยสีเหลือง สัญลักษณ์ประจำห้องน้ำที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันดี รู้หรือไม่ค่ะว่า เจ้าเป็ดเหลืองนี่แหละ เป็นตัวสะสมแบคที่เรียที่แสนอันตราย โดยเฉพาะถ้ามันถูกวางไว้ในห้องน้ำ บรึ๊ย~

นักวิจัยจากสวิตเซอร์แลนด์ เผยงานวิจัยสุดสะพรึง เป็ดยางสีเหลืองในห้องน้ำมีแบคทีเรียและเชื้อรากว่า 75 ล้านเซลล์ต่อหนึ่งตารางเซนติเมตร โดยแบคทีเรียส่วนใหญ่ที่พบ ได้แก่ เลจิโอเนลลา (Negionella) และ สูโดโมนาส เอรูจิโนซ่า (Pseudomonas aeruginosa) ซึ่งเชื้อโรคเหล่านี้ก่อให้เกิดภาวะปอดอักเสบ มีอันตรายถึงตายได้!!

แล้วแบคทีเรียเหล่านี้มันมาจากไหนกัน ?

วัสดุที่ในการผลิตเป็ดเหลือง เป็นโพลิเมอร์คุณภาพต่ำ เมื่อน้ำประปาเข้าไปขังอยู่ในตัวเป็ด ก่อให้เกิดแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อราขนาดใหญ่ แถมโพลิเมอร์เหล่านี้ยังสามารถผลิตคาร์บอน ที่เป็นแหล่งอาหารของแบคทีเรีย เรียกได้ว่า ครบวงจรการเจริญเติบโตเลยทีเดียว

การป้องกัน

คุณพ่อคุณแม่อย่างเราๆ ควรเฝ้าดูลูกอย่างใกล้ชิด อย่าให้เด็กเอาเจ้าเป็ดพวกนี้มาฉีดน้ำเล่นใส่กัน หมั่นเปลี่ยนเจ้าเป็ดยางและของเล่นในห้องน้ำเป็นประจำ ตระหนักไว้เสมอว่า ของแต่ละชิ้นมีอายุการใช้งานของมัน แม้จะเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย แต่ก็สามารถทำให้ลูกของเราป่วยได้ มาช่วยกันลดความเสียงที่จะเกิดขึ้นกับเด็กๆ กันนะคะ

 

 

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort