10 สาเหตุคลอดก่อนกำหนด ที่แม่ท้องต้องระวัง

Writer : nunzmoko
: 8 มกราคม 2561

 

ภาพจาก – bangkokhospital

การคลอดก่อนกำหนด หมายถึง ทารกที่คลอดเมื่อคุณแม่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์ หรือ 259 วัน โดยเริ่มนับจากวันแรกของวันที่ประจำเดือนมาครั้งสุดท้าย (ระยะปกติอยู่ที่ 40 สัปดาห์ หรือ 280 วัน) ซึ่งทารกที่คลอดก่อนกำหนดประมาณ 6-7 ใน 100 คน จะมีน้ำหนักตัวน้อยกว่า 2,500 กรัม ซึ่งส่วนใหญ่ทารกจะตัวเล็ก อวัยวะต่างๆ ยังทำงานได้ไม่สมบูรณ์ เช่น ปอดไม่เติบโตพอที่จะหายใจได้ตามปกติ ตับยังทำหน้าที่ไม่สมบูรณ์ ทำให้ตัวเหลือง หรือทารกดูดนมไม่เก่ง เป็นต้น และยิ่งถ้าคลอดก่อนกำหนดมากขึ้นเท่าไรปัญหาก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น แม่ท้องควรทราบสาเหตุการคลอดก่อนกำหนด เพื่อจะได้มีแนวทางในการป้องกันค่ะ

สาเหตุการคลอดก่อนกำหนด

1. ตั้งครรภ์ตอนอายุมาก

ในกรณีที่คุณแม่ตั้งครรภ์มีอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือมีอายุมากว่า 34 ปีขึ้น จะมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดมากกว่าผู้ที่มีอายุ 18-34 ปี

2. น้ำหนักตัวน้อย

คุณแม่ที่ผอมมากๆ จะมีโอกาสคลอดก่อนกำหนดและลูกตัวเล็กมากกว่าคุณแม่ที่น้ำหนักอยู่ในเกณฑ์

3. ความเครียด

โดยเฉพาะความเครียดในชีวิตประจำวัน อย่างเรื่องความบาดหมางในครอบครัว เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่อาจทำให้ทารกคลอดก่อนกำหนดและมีน้ำหนักตัวน้อย มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางชีวเคมีในร่างกาย เช่น กระตุ้นการหลั่งแคทีโคลามีน ทำให้กล้ามเนื้อมดลูกหดรัดตัว คุณแม่จึงควรหาทางผ่อนคลายความเครียดให้ดีเท่าที่จะทำได้

4. การดื่มแอลกอฮอล์

ถ้าดื่มเพียงเล็กน้อยเพื่อเข้าสังคมนานๆ ครั้งก็คงไม่มีปัญหาอะไร แต่ในกรณีที่ดื่มบ่อยหรือดื่มมากก็ย่อมมีอันตราย เพราะทารกจะเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์และอาจคลอดก่อนกำหนดได้ จึงขอแนะนำให้งดการดื่มสุรา เหล้า เบียร์ หรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ทุกชนิดระหว่างการตั้งครรภ์

5. การสูบบุหรี่

การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุที่ทำให้ทารกในครรภ์มีน้ำหนักตัวน้อย และมักทำให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด แม้ว่าคุณแม่จะไม่ได้เป็นผู้สูบบุหรี่เองก็ตาม แต่ถ้าทำงานในห้องที่มีผู้สูบบุหรี่ หรือคนใกล้ชิดภายในบ้านโดยเฉพาะคุณพ่อสูบบุหรี่ทั้งในบ้านและในรถยนต์ คุณแม่เองก็จะได้รับควันบุหรี่เข้าไปโดยทางอ้อม ก็ควรจะหลีกเลี่ยงการได้รับควันบุหรี่ให้มากที่สุด แต่สำหรับคุณแม่ที่สูบบุหรี่อยู่ก่อนก็ควรจะงดสูบบุหรี่อย่างเด็ดขาดค่ะ

6. เกิดอุบัติเหตุในขณะตั้งครรภ์

การเกิดอุบัติเหตุ เช่น ครรภ์ถูกกระทบกระแทกอย่างแรง รวมถึงการทำงาน การออกกำลังกาย หรือทำกิจกรรมหนักๆ จนครรภ์ได้รับการกระทบกระเทือนแบบสะสม สิ่งเหล่านี้ก็จะเป็นสาเหตุทำให้คลอดก่อนกำหนดได้

7. คุณแม่มีโรคประจำตัว

คุณแม่มีโรคประจำตัวหรือเกิดโรคแทรกซ้อนขณะตั้งครรภ์ เช่น โรคความดันโลหิตสูง, โรคเบาหวาน, โรคหัวใจ, โรคตับ, โรคไต, โรคเลือด, โรคภูมิแพ้, โรคติดเชื้อที่มีไข้สูงมากระหว่างการตั้งครรภ์, ครรภ์เป็นพิษ ฯลฯ ซึ่งโรคเหล่านี้จะทำให้ทารกในครรภ์ตัวเล็กและเกิดการคลอดก่อนกำหนดได้

8. การตั้งครรภ์แฝด

คุณแม่ที่ตั้งครรภ์แฝดมากถึงครึ่งหนึ่งจะคลอดลูกก่อนกำหนด เนื่องจากการตั้งครรภ์แฝดจะมีภาวะน้ำคร่ำและปากมดลูกขยายมากกว่าการตั้งครรภ์แบบปกติ  ซึ่งอาจยับยั้งการคลอดก่อนกำหนดด้วยการใช้ยาหรือการเย็บกระชับปากมดลูก

9. ปากมดลูกไม่แข็งตัว

การที่ปากมดลูกขยายตัวก่อนครบกำหนดจะทำให้ทารกคลอดออกมาได้ ซึ่งปากมดลูกที่ไม่แข็งแรงนั้นอาจเกิดจากการฉีกขาดเนื่องจากการทำแท้งหลายๆ ครั้ง หรือเป็นการฉีกขาดของปากมดลูกจากการคลอดครั้งก่อนๆ ถ้าวินิจฉัยได้ว่าปากมดลูกไม่แข็ง การแก้ไขอาจทำได้ด้วยการเย็บปากมดลูกไว้ก่อนจนกว่าจะถึงกำหนดคลอดแล้วจึงค่อยตัดไหมออก

10. เลือดออกในขณะตั้งครรภ์

เป็นอีกหนึ่งสัญญาณเตือนให้รู้ว่าอาจจะเกิดอันตรายต่อทารกในครรภ์และต่อคุณแม่ได้ เช่น อาจเกิดการแท้งบุตร รกเกาะขวางทางคลอด หรือรกลอกตัวก่อนกำหนด แต่ถ้ามีเลือดออกเพียงเล็กน้อย การนอนพักก็อาจจะช่วยให้อาการหายไปได้ ในขณะเดียวกันคุณแม่ก็ควรไปพบแพทย์ที่ฝากครรภ์ไว้เพื่อขอคำแนะนำในการปฏิบัติตนหรือเพื่อตรวจดูให้แน่ใจว่าเกิดจากสาเหตุใด จะได้แก้ไขได้ทัน

 

ที่มา – medthai.com

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



ข้อมูลทางแพทย์ ข้อมูลทางแพทย์
28 กรกฏาคม 2560
5 ข้อควรรู้ก่อนพาลูกน้อยไปว่ายน้ำ
ข้อมูลทางแพทย์
ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่
Update
ข่าว ข่าว
กล้องวงจรปิดอาจเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างความปลอดภัยให้แก่เด็กๆ เมื่อพวกเขาอยู่ในโรงเรียน แต่ในทางกลับกันอาจเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกถูกจับผิดมากกว่าได้รับการปกป้อง ผลการสำรวจโรงเรียนระดับมัธยมต้นและมัธยมปลายในสหรัฐฯ มากกว่า 54,000 แห่ง พบว่าการว่าจ้างเจ้าหน้ารักษาความปลอดภัยประจำโรงเรียน เเละการติดตั้งกล้องวงจรปิดภายนอกตัวอาคารของโรงเรียนช่วยให้เด็กนักเรียนรู้สึกปลอดภัยขึ้น เเต่การติดตั้งกล้องวงจรปิดในตัวอาคารของโรงเรียน กลับทำให้เด็กนักเรียนรู้สึกไม่ปลอดภัย ยิ่งมีกล้องถ่ายภาพในโรงเรียนมากขึ้นเท่าใด เด็กนักเรียนบอกว่ายิ่งรู้สึกปลอดภัยน้อยลง เพราะรู้สึกว่ากำลังถูกสอดส่องหรือจับผิด เเชนนอน เบนเน็ท (Shannon Bennett) รองศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาวัยรุ่น และผู้อำนวยการด้านจิตวิทยาคลีนิกที่ศูนย์ศึกษาความวิตกกังวลในวัยรุ่น กล่าวว่า ผลการศึกษาใหม่นี้แสดงให้เห็นว่าการเพิ่มการรักษาความปลอดภัยไม่ช่วยให้นักเรียนรู้สึกปลอดภัยมากขึ้นเสมอไป การติดกล้องวงจรปิดอาจช่วยแก้ปัญหาการรังแกในโรงเรียนได้ แต่ต้องมีการชี้แจ้งอย่างชัดเจนว่าจะนำภาพถ่ายหรือวิดีโอที่ได้ไปใช้อย่างไร นอกจากนี้การรักษาความปลอดภัยในโรงเรียนด้วยการสร้างบรรยากาศทางสังคมทางบวก ให้นักเรียนรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง มีคุณค่า ได้รับความเคารพและเข้าอกเข้าใจจากครูและผู้ใหญ่ในโรงเรียน อาจจะช่วยลดโอกาสที่จะเกิดความรุนแรงต่างๆ ในโรงเรียนได้ อ้างอิงจาก voathai.com/
18 ตุลาคม 2561