fbpx

12 วิธีรับมือ เมื่อลูกไม่มีสมาธิ

: 7 มกราคม 2562

การไม่อยู่นิ่งของลูก ไม่ได้ตีความว่า ลูกเป็นโรคสมาธิสั้นอย่างเดียวนะคะ เพราะการที่จะทราบว่าลูกเป็นสมาธิสั้นหรือไม่นั้น ต้องผ่านการวินิจฉัยจากคุณหมอก่อน อาจจะมีหลายเหตุผลที่ทำให้ลูกเราไม่มีสมาธิก็ได้ เช่น อยู่กับมือถือ เล่นแต่เกม พักผ่อนนอนน้อย  ฉะนั้นเพื่อสร้างสมาธิให้กับลูก  เราสามารถลองปรับหรือเปลี่ยนสิ่งแวดล้อมรอบตัวลูกเพื่อให้ลูกมีสมาธิมากขึ้นได้ค่ะ🙂

1. หาสถานที่สงบๆ

เช่น เวลาให้ลูกนั่งทำการบ้าน มีโต๊ะว่างๆ ไม่มีทีวีหรือของเล่นอยู่บริเวณนั้น ไม่ควรมีอะไรรบกวน ลูกจะได้ไม่วอกแวก 

2. นั่งข้างๆ ลูก

บางครั้งเราอาจต้องนั่งอยู่กับลูก เพื่อให้เขาทำอะไรได้เสร็จเรียบร้อยดี เช่น ทำการบ้านก่อนไปทำเรื่องอื่นๆ

3. เตือนความจำ

พอไม่มีสมาธิก็จะสามารถลืมอะไรได้ง่าย การมีเครื่องมือช่วยเตือนความจำน่าจะช่วยได้ เช่น หากกลัวว่าลูกจะลืมเอาสมุดการบ้านกลับบ้าน เราอาจใช้กระดาษเขียนโน้ตเตือนที่กล่องดินสอลูกได้ค่ะ

4. วางนาฬิกา

เตือนเรื่องเวลา เพราะเด็กที่สมาธิไม่ดี เวลาทำอะไรอาจจะช้า อาจตั้งเวลาเอาไว้ให้เขาเห็นชัดๆ

5. ทวนถึงสิ่งที่ทำกับลูก

เวลาบอกให้ลูกทำอะไร บอกด้วยประโยคที่สั้นกระชับ (ไม่ยืดยาว) และทวนสิ่งที่เราบอกลูกให้ทำ

6. อ่านหนังสือนิทาน

เพื่อช่วยให้เขาจดจ่อกับเรื่องราวที่เราเล่าให้ฟัง เพราะเขาต้องใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ เช่น มองสีหน้า ท่าทางขณะเล่า ฟังเรื่องราว เป็นต้น 

7.  จัดกิจวัตรประจำวัน

ว่าเวลาไหนควรทำอะไรบ้าง เช่น ตื่นนอนก็ควรแปรงฟัน อาบน้ำ จะช่วยให้ลูกทำอะไรเป็นระบบ ขั้นตอน ไม่ต้องเร่งรีบเกินไป

8. ฟังเพลงสบายๆ

เพื่อลดความสับสนวุ่นวาย ช่วยให้จิตใจสงบ และทำให้เกิดคลื่นสมองที่เรียกว่า คลื่นอัลฟา (Alpha Wave) ซึ่งเป็นภาวะที่มีสมาธิและเหมาะต่อการเรียนรู้

9. มีกิจกรรมศิลปะ

แค่ชวนลูกทำกิจกรรมศิลปะที่เหมาะสมตามวัยของเขา เช่น ปั้นแป้งโดว์ ระบายสี วาดรูป จะช่วยฝึกให้เขามีสมาธิ และทำงานประสานกันระหว่างมือและสายตาได้ดียิ่งขึ้น

10. เล่นเกม

เช่น เกมจับคู่ ต่อจิ๊กซอว์ เลโก้ บล็อกไม้ เพราะลูกต้องใช้ความตั้งใจจดจ่อกับการเล่น และคิดค้นหาวิธีในการเล่น ได้ทั้งสมาธิและฝึกสมองควบคู่ไปพร้อมกันด้วยนะคะ 🙂

11.  ทำกิจวัตรของตัวเอง

เช่น ติดกระดุมเสื้อ ผูกเชือกรองเท้า เป็นกระบวนการทางความคิด และใช้สมาธิในการทำงาน ที่ว่า ติดกระดุมอย่างไรให้ตรงร่อง ต้องร้อยเชือกอย่างไรให้ครบ ซึ่งถ้าลูกยังทำไม่คล่องนัก เราก็สามารถช่วยสอนเขาอยู่ใกล้ๆ ก่อนได้นะคะ

12. สวดมนต์

หากเราสามารถนำธรรมะมาปรับใช้ เช่น ชวนลูกไหว้พระ สวดมนต์ก่อนนอน หรือให้ลูกท่องบทอาขยาน นอกจากได้ความสงบนิ่งทางจิตใจแล้ว ยังได้ซึมซับเรื่องธรรมะไปด้วยนะคะ🙂

เรื่องควรรู้ สมาธิลูก

  ถ้าไม่มั่นใจ สงสัย และปรับสิ่งแวดล้อมต่างๆ แล้ว แต่สมาธิเขายังไม่ดีขึ้น ควรพาลูกไปพบคุณหมอ เพื่อขอคำแนะนำหรือตรวจประเมินกับคุณหมอ
 
เมื่อต้องจัดการพฤติกรรมลูก สิ่งที่สำคัญที่สุดคือควบคุมอารมณ์ตัวเอง ไม่พูดหรือลงโทษลูกรุนแรง เพราะจะยิ่งทำให้เขาต่อต้านมากขึ้น ลองใช้วิธีงดกิจกรรมหรือตัดสิทธิ์ในเรื่องที่เขาควรได้
  อย่าลืมที่จะเอ่ยคำชมกับลูก เมื่อเขาทำสิ่งต่างๆ ได้ดีนะคะ

ขอบคุณข้อมูลอ้างอิงจาก

https://web.facebook.com/kendekthai/posts/2088216517884190?__tn__=K-R&_rdc=1&_rdr

Writer Profile : Tuk LittleMonster

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



15 คำถาม เพื่อให้เราเข้าถึงใจลูกมากขึ้น
กิจกรรมของครอบครัว
กิจกรรมของครอบครัว กิจกรรมของครอบครัว
30 มกราคม 2562
20 เหตุผลที่เราควรพาลูก(และแม่)เที่ยว
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในระยะหลัง เราเห็นคอนเทนต์ที่มีเด็กเป็นตัวละครนำหรือตัวละครหลักอยู่บ่อยครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการที่ผู้ปกครองทำคอนเทนต์ หรือครูและอาจารย์ถ่ายนักเรียนขอตนเองลงในช่องทาง ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่มักเป็นการตัดผมเด็ก, เด็กร้องไห้, ถูกแกล้งเพื่อบันทึกภาพไว้มาลงเป็นเรื่องตลก ทำให้คุณหมอเพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน หรือคุณหมอโอ๋ ( ผศ.พญ.จิราภรณ์ อรุณากูร ) ต้องออกมาโพสแสดงความเห็นเพื่อให้บรรดาอาจารย์และผู้ปกครองฉุกคิด “เด็กนักเรียนไม่ใช่เครื่องสร้างคอนเทนท์ เด็กนักเรียน ไม่ใช่เครื่องมือสร้างคอนเทนท์ให้ครู พ่อแม่ควรรู้ ว่านี่คือเรื่องของการละเมิดสิทธิ อะไรที่ลงในโลกออนไลน์ ‘มันจะอยู่ที่นั่นตลอดไป’ เด็กๆ หลายคนไม่ได้เต็มใจให้ครูเอาพวกเขาไปเรียกยอดไลก์ แต่อำนาจที่สูงกว่า ทำให้เด็กหลายคนไม่กล้าปฏิเสธ Social bullying ในเด็ก หลายครั้งเกิดจากการเห็นตัวอย่างจากผู้ใหญ่ ครูมีหน้าที่พิทักษ์สิทธิของเด็ก โรงเรียนมีหน้าที่กำกับ การละเมิดสิทธิผู้อื่นของครู กระทรวงศึกษามีหน้าที่ทำให้ครูเกิดความเข้าใจ และออกกฎกติกา เพื่อทำให้ไม่เกิดการเลียนแบบและทำกันอยู่ซ้ำๆ พ่อแม่มีหน้าที่ปกป้องสิทธิของลูก ด้วยการส่งเสียงไม่ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้น สังคมมีหน้าที่ไม่สนับสนุนการกระทำ ที่กำลังเกิดขึ้นกับเด็กซ้ำๆ เหล่านี้ ก่อนลงอะไรในโลกออนไลน์ ช่วยถามตนเองซ้ำๆ ว่าสิ่งที่กำลังทำมันเกิดประโยชน์กับใคร และเด็กๆ เค้าได้อะไรจากสิ่งเหล่านี้? จาก หมอโอ๋เพจเลี้ยงลูกนอกบ้าน ผู้เชื่อว่าคุณครูคือผู้ที่เด็กเห็นเป็นแสงสว่างและเป็นแบบอย่างที่ดี ฝากด้วยนะคะ กระทรวงศึกษาธิการ Ministry of Education” โดยข้อความดั่งกล่าวของคุณหมอนั้น มุ่งเน้นให้ผู้ใหญ่ ตระหนักรู้ได้ถึงสิทธิของตัวเด็ก และเคารพในตัวตนของเขา เพราะสิ่งที่ถ่ายและโพสลงไปแล้ว มันจะอยู่ในโลกออนไลน์ตลอดไป เราไม่สามารถกลับไปแก้ไขหรือลบออกได้หมดเมื่อสิ่งนั้นได้ทำการเผยแพร่ไปแล้ว จึงอยากขอความร่วมมือจากทุกฝ่ายช่วยกันส่งเสียงหยุดการละเมือสิทธิ์ของเด็ก และส่วนที่ควรเข้ามาส่วนช่วยที่สุดคือกระทรวงการศึกษา ที่ต้องคอยควบคุมและดูแลให้บุคลากรทางการศึกษาระมัดระวังการถ่ายหรือการบันทึกภาพเด็กมาลงโซเชียล รวมถึงผู้ปกครองก็ต้องมีความยัง้คิด และนึกถึงความรู้สึกของลูกเป็นหลัก อ้างอิงจาก https://www.sanook.com/health/35365/
18 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save