fbpx

4 โรคในหน้าร้อนที่แม้ลูกกักตัวอยู่บ้านก็ต้องระวัง

Writer : nunzmoko
: 14 เมษายน 2563

ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้หลายๆ ครอบครัวต้องกักตัวอยู่ที่บ้านเพื่อความปลอดภัยในช่วงซัมเมอร์ที่มีอากาศร้อน แม้ว่าเด็กๆ จะไม่ได้ออกจากบ้านไปเรียนภาคฤดูร้อน ทำกิจกรรมหรือทานอาหารนอกบ้านแต่โรคที่มาในช่วงหน้าร้อนนี้ก็ยังคงต้องระวัง โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ ไปดูกันว่าทั้ง 4 โรคที่ควรระวังจะมีการป้องกันอย่างไรได้บ้างค่ะ

1. โรคอุจจาระร่วง

สาเหตุและอาการของโรค

เกิดจากอาหารปนเปื้อนไม่สะอาด โรคอุจจาระร่วงมักเกิดในเด็กเล็กโดยจะมีอาการปวดท้องแบบปวดเกร็งในท้อง อาเจียน ถ่ายเหลวเป็นน้ำ ถ้ารุนแรงจะถ่ายเป็นมูกเลือดได้ มีไข้ต่ำๆ เป็นอาการรุนแรงจึงควรรีบมาพบแพทย์

การป้องกันและดูแลรักษา

  • ให้กินน้ำเกลือแร่ เพื่อชดเชยภาวะขาดน้ำและเกลือแร่
  • เด็กเล็กควรงดนมก่อน และดื่มน้ำเกลือแร่จนกว่าอาการถ่ายเหลวหยุด
  • ดูแลเรื่องความสะอาดของอาหารและน้ำ ให้ถูกสุขลักษณะ
  • ดูแลสุขอนามัยโดยให้ลูกล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนกินอาหาร และหลังจากเข้าห้องน้ำทุกครั้ง

2. โรคลมแดด

สาเหตุและอาการของโรค

เด็กอาจเป็นโรคลมแดดเมื่อใช้เวลาอยู่กลางแดดมากเกินไป ทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น ปวดศีรษะ คลื่นไส้ สังเกตได้จากตัวที่ร้อนและผิวมีสีแดงผิดปกติ หากเป็นรุนแรงเด็กอาจหมดสติและเป็นอันตรายต่อชีวิต

การป้องกันและดูแลรักษา

  • ให้เด็กอยู่ในที่ร่มระหว่างที่มีแดดและอากาศร้อนจัด
  • จำกัดเวลาเล่นกลางแจ้ง
  • สวมใส่เสื้อผ้าบางๆ หรือเสื้อผ้าที่ระบายความร้อนได้ดี
  • ให้เด็กดื่มน้ำเยอะๆ เพื่อป้องกันภาวะขาดน้ำ

3. โรคผดร้อน

สาเหตุและอาการของโรค

เด็กเล็กเป็นผดผื่นร้อนได้ง่าย เมื่ออยู่ในอากาศร้อนมากๆ เนื่องจากต่อมเหงื่อของเด็ก ยังมีการทำงานได้ไม่ดีนักทำให้รูขุมขนเกิดการอุดตันและไม่สามารถขับเหงื่อได้ ทำให้เป็นตุ่มแดงที่ผิวหนัง อาจมีอาการคันและไม่สบายตัว

การป้องกันและดูแลรักษา

  • อาบน้ำเพื่อช่วยระบายความร้อน จะช่วยให้ผิวลูกสดชื่นขึ้น ไม่เหนียวเหนอะหนะ
  • เช็ดตัวบ่อยขึ้น เพื่อไม่ให้ผิวเกิดการอับชื้น โดยเฉพาะบริเวณซอกแขน ขา คอ ก้น
  • ควรให้เด็กสวมเสื้อผ้าที่เบาบางระบายเหงื่อได้ดี
  • ไม่ทาโลชั่นหนาจนรูขุมขนอุดตัน
  • หากเด็กเป็นผดร้อนและไม่หายเมื่อผ่านไปหลายวันควรพาไปพบแพทย์

4. โรคไวรัสตับอักเสบเอ

สาเหตุและอาการของโรค

เกิดจากการกินอาหารที่ปนเปื้อนไวรัสตับอักเสบเอ เช่น อาหารที่ปรุงไม่สุกดี มักเริ่มจากมีไข้ คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร เมื่อไข้ลดจะมีอาการตัวเหลือง และตาเหลือง ในเด็กเล็กมักมีอาการเพียงเล็กน้อย บางรายมีอาการไม่กี่วัน แต่ถ้าเป็นในเด็กโตจะมีอาการเป็นสัปดาห์ โดยเฉลี่ยประมาณ 3 สัปดาห์ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของโรค

การป้องกันและดูแลรักษา

  • ป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีน
  • ให้ลูกกินอาหารที่สะอาด ปรุงสุก ใช้ช้อนกลางส่วนตัว
  • เลือกทำอาหารให้ลูกเองดีกว่าซื้อจากทางร้าน
  • ล้างมืออยู่เสมอโดยเฉพาะก่อนรับประทานอาหาร

นอกจากการระวังโรคต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้แล้ว คุณพ่อคุณแม่ก็ควรสอนวิธีป้องกันโรคต่างๆ ให้กับลูก เช่น ล้างมือบ่อยๆ เพื่อป้องกัน การรับเชื้อ และแพร่กระจายเชื้อ เลือกกินอาหารและน้ำ ที่สะอาดถูกสุขลักษณะ และการดูสุขภาพของลูกและคนในครอบครัวอย่างใกล้ชิด เพราะสังเกตอาการได้เร็ว จะรู้โรคและรักษาได้ทันการณ์ อาการจะไม่รุนแรงค่ะ

ที่มา :

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



สิทธิประโยชน์ “ฝากครรภ์ฟรี” ปี 60
ข้อมูลทางแพทย์
ลูกชอบพูดแทรก จะแก้อย่างไร
ชีวิตครอบครัว
แม่จ๋า! น้ำร้อนลวกหนู ทำอย่างไรดี
ข้อมูลทางแพทย์
ท้องตอนอายุ 35 มีปัญหาหรือไม่ ?
เตรียมตัวเป็นแม่
anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama