fbpx

สังเกตยังไงว่าลูกดูดน้ำนมเกลี้ยงเต้าแล้ว ?

Writer : Jicko
: 28 เมษายน 2564

คุณแม่ๆ เคยสังเกตไหมคะว่าเวลาลูกดูดน้ำนมจากเต้าของเรา ลูกดูดเกลี้ยงเต้าแล้วจริงๆ หรือเปล่า แล้วแบบไหนที่เขาเรียกว่าดูดนมเกลี้ยงเต้ากัน ซึ่งหลายครั้งเองคุณแม่มือใหม่ก็มักจะเข้าใจผิดว่าทำไมดูดเกลี้ยงเต้าแล้วยังมีบีบด้วยมือก็ยังไหลออกมาอีก วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจพร้อมๆ กันเลยค่ะ

สิ่งที่คุณแม่ๆ มักเข้าใจผิด

นมเกลี้ยงเต้า ไม่ได้หมายความว่า “ไม่มีน้ำนมเหลือในเต้าแล้ว”

จริงๆ แล้วนมเกลี้ยงเต้าไม่มีทางที่น้ำนมจะแห้งไปได้เลย เนื่องจากร่างกายยังต้องผลิตน้ำนมอยู่ตลอดเวลา คำว่านมเกลี้ยงเต้าจริงๆ แล้วคือการเอาน้ำนมส่วนใหญ่ออกไปเท่านั้น เพื่อให้มีพื้นที่ว่างสำหรับเก็บน้ำนมที่ผลิตออกมาใหม่

ทำไมถึงต้องให้ลูกดูดนมเกลี้ยงเต้า

เพราะนมแม่ในแต่ละส่วนมีปริมาณไขมันที่แตกต่างกัน

  • น้ำนมส่วนหน้า : สีจะจางกว่า
  • น้ำนมส่วนหลัง : สีเข้ม เพราะมีปริมาณไขมันและสารอาหารอื่นๆ มากกว่า เพราะฉะนั้นการให้ลูกดูดนมเกลี้ยงเต้าจะทำให้เด็กๆ ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนนั่นเองค่ะ

ทำอย่างไรให้ลูกดูดเกลี้ยงเต้า

1. ใช้หัวนมเขี่ยแก้มหรือริมฝีปากลูกเบาๆ

ลูกจะหันปากเข้าหาหัวนมพร้อมกับอ้าปากกว้างคล้ายกับการหาว ลูกควรอมงับหัวนมไปจนถึงลานนม โดยให้อมลานนมส่วนล่างมากกว่าลานนมส่วนบน จะช่วยทำให้เขาดูดได้ในปริมาณที่มากนั่นเองค่ะ

2. คุณแม่ๆ ต้องนั่งให้ถูก

โดยอุ้มลูกในท่าอุ้มขวางตักแบบประยุกต์ ให้ตัวลูกอยู่ในระนาบเดียวกัน จะช่วยให้ลูกเข้าเต้าได้ดีมากยิ่งขึ้น

3. คางลูกต้องชิดกับเต้านมส่วนล่าง

วิธีนี้จะช่วยให้ลิ้นของลูกยื่นออกมารีดน้ำนมจากเต้าแม่ได้ดีขึ้น ริมฝีปากบนและล่างบานออก และจมูกของลูกจะอยู่ห่างออกจากเต้าแม่เล็กน้อย

4. คุณแม่ต้องช่วยพยุงเต้านม

เพื่อให้หัวนมเข้าปากลูกได้ง่ายขึ้นค่ะ โดยวางนิ้วหัวแม่มือไว้ที่ด้านบนของเต้านม นิ้วที่เหลือให้ใช้พยุงเต้านมอยู่ด้านล่าง ไม่ควรใช้นิ้วคีบเต้านมให้ลักษณะคีบบุหรี่ เพราะจะไปบีบท่อน้นำนมไม่ให้ไหลออกมาได้อย่างสะดวกนั่นเองค่ะ

จะรู้ได้อย่างไรว่าลูกดูดนมเกลี้ยงเต้าแล้ว

  • มีอาการคัดเต้านม
  • เต้านมจะนิ่มหลังดูดเสร็จ
  • น้ำนมหยดมาน้อยเมื่อบีบเต้า

ถ้าลูกดูดไม่เกลี้ยงเต้าจะเกิดอะไรขึ้น

  • ทำให้ลูกท้องอืด
  • ลูกอุจจาระปนน้ำบ่อยกว่าปกติ
  • คุณแม่ๆ มีก้อนแข็งๆ ที่เต้านมได้
  • ไม่ได้รับสารอาหารจากนมส่วนหลังซึ่งมีปริมาณสารอาหารมากกว่า

 

อ้างอิงจาก : babybbbcaringmybabies

 

 

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7  วิธี พิชิตการทานยากของเด็ก
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
เมื่อไม่นานมานี้คุณพ่อคุณแม่เองก็คงได้ยินคนพูดถึงคาร์ซีทกันมากขึ้น ซึ่งในประเทศไทยนี้ก็ได้มีการกำหนดความปลอดภัยสำหรับเด็ก โดยมีผลบังคับและเริ่มในวันที่ 5 กันยายน 65 ที่จะถึงนี้ และมีสาระสำคัญดังนี้ เด็กอายุไม่เกิน 6 ปี หรือผู้โดยสารที่สูงไม่เกิน 135 ซม. จะต้องนั่ง คาร์ซีท บูสเตอร์ซีท หรือคาด เข็มขัดนิรภัย ซึ่งหากมีการฝ่าฝืน จะต้องโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท อีกทั้งขณะขับรถยนต์ ผู้ที่อยู่ในรถยนต์ต้องปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข ดังต่อไปนี้ ผู้ขับขี่ ต้องรัดร่างกายด้วย เข็มขัดนิรภัย ไว้กับที่นั่งตลอดเวลา ในขณะขับรถยนต์ คนโดยสารที่นั่งแถวตอนหน้าและที่นั่งแถวตอนอื่น ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่งตลอดเวลาในขณะโดยสารรถยนต์ คนโดยสารที่เป็นเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ต้องจัดให้นั่งในที่นั่งนิรภัยสำหรับเด็ก หรือนั่งในที่นั่งพิเศษสำหรับเด็ก เพื่อป้องกันอันตราย หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ คนโดยสารที่มีความสูงไม่เกิน 135 เซนติเมตร ต้องรัดร่างกายด้วยเข็มขัดนิรภัยไว้กับที่นั่ง หรือมีวิธีการป้องกันอันตรายในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ ไม่ว่าจะนั่งแถวตอนใด ทั้งนี้ความผิดในส่วนของรถส่วนบุคคล มีโทษปรับไม่เกิน 2,000 บาท โดยมีผลบังคับในอีก 120 วัน นับแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ซึ่งหมายถึงจะเริ่มใช้วันแรกในวันที่ 5 กันยายน 2565 อ้างอิง : ราชกิจจานุเบกษา
10 สิงหาคม 2565

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save