fbpx

Checklist! 11 อาการแพนิค COVID-19 คุณกำลังเป็นอยู่รึเปล่า?

Writer : Mneeose
: 1 เมษายน 2563

“นี่เราติดรึยังนะ?”

คำถามที่วนเวียนอยู่ในหัวของคุณพ่อคุณแม่ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เพราะ สถานการณ์โรคระบาด COVID-19 ได้กลายเป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด รองจากสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยก็ว่าได้

วันนี้ Parents One ได้มีแบบทดสอบ Checklist! 11 อาการแพนิค COVID-19 ว่าคุณกำลังเป็นอยู่รึเปล่า? มาให้คุณพ่อคุณแม่ได้ลองทำกันสนุกๆ ดูค่ะ โดยคนที่เข้าข่ายโรคแพนิคต้องมีอาการอย่างน้อย 4 อาการ ซึ่งอาการต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และพุ่งสูงในระยะเวลา 10 นาทีด้วยนะคะ ผลเป็นแบบไหน คอมเมนต์มาบอกเราด้วยยนะคะ

หลายครอบครัวที่สะสมความเครียดไว้มากๆ จึงเกิดโรควิตกกังวล และแสดงอาการรุนแรงขึ้น เราเรียกว่า โรคแพนิค (Panic Disorder) ซึ่งจะแสดงอาการ Panic Attack ออกมาแบบไม่เลือกที่เลือกเวลา มีความเครียดเมื่อไหร่ก็โผล่มาทุกที ทำให้เกิดความเครียดสูง และกังวลไปเองว่าตัวเองติดโรคแล้ว ทั้งที่ความจริงยังไม่ติดนั่นเอง เมื่อเครียดมาก จึงส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของคนในครอบครัวมากขึ้นเรื่อยๆ หากไม่รีบแก้ไขปัญหานั่นเอง

อาการ Panic Attack หรืออาการรู้สึกกลัว และระมัดระวังตัวมากกว่าคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อตัวเองหรือคนรอบข้างมีอาการไอ จาม จะรู้สึกใจสั่น พยายามกลั้นหายใจ รู้สึกอึดอัด มือเย็น ตัวชา มือสั่น ขาสั่น กลัวจนอยากหายตัวไปจากตรงนั้น และเมื่อเจอบ่อย ๆ เข้า ก็จะทำให้ไม่อยากออกนอกบ้าน ไม่กล้าออกไปใช้ชีวิต ร้ายแรงถึงขั้นไม่มั่นใจในความปลอดภัยของชีวิต

โรคแพนิค ไม่เพียงแต่จะทำให้ตัวเองนั้นเครียดจนไม่เป็นอันอะไรแล้ว ก็อาจจะไปทำให้คนรอบข้างเกิดอาการเครียดได้เช่นกัน เพราะฉะนั้นลองมาเช็คลิสต์กันดีกว่าค่ะ

Panic Attack หรืออาการแพนิค มีอาการสำคัญ 11 อาการด้วยกันค่ะ ดังนี้

1. ใจสั่น เต้นแรง หัวใจเต็นเร็วมาก
2. เหงื่อออกเยอะ แม้อากาศจะไม่ร้อนก็ตาม
3. ตัวสั่นแบบควบคุมไม่ได้
4. หายใจไม่อิ่ม หายใจติดขัด
5. รู้สึกอึดอัด หายใจไม่ออก
6. เจ็บหน้าอก แน่นหน้าอก
7. คลื่นไส้ มวนท้อง อยากอาเจียน
8. ปวดหัว มึนหัว รู้สึกเหมือนจะเป็นลม
9. รู้สึกว่าสิ่งแวดล้อมแปลกไปหรือไม่เป็นที่คุ้นเคย เช่น เห็นวัตถุมีลักษณะบิดเบี้ยว ห้องแคบลงหรือกว้างขึ้น ซึ่งในทางจิตวิทยาเรียกว่า Derealization
10. กลัวว่าจะควบคุมตัวเองไม่ได้
11. กลัวว่าตัวเองจะตาย

อย่างที่เราบอกไว้ตอนด้านบนแล้วว่า คนที่เข้าข่ายโรคแพนิคต้องมีอาการข้างบนอย่างน้อย 4 อาการ ซึ่งอาการต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และพุ่งสูงในระยะเวลา 10 นาทีด้วยนะคะ

นอกจากนี้ การที่จะผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ ต้องอาศัยความเข้มแข็งทั้งแรงใจ และแรงกายด้วยนะคะ เรามาเอาชนะความเครียดและอาการแพนิค ในช่วง COVID-19 แพร่ระบาดกันเลย

  • ศึกษาข้อมูลของสถานการณ์จากแหล่งข้อมูลที่มีความน่าเชื่อถือ
  • ป้องกันตัวเองจากสิ่งที่ทำให้เครียด พักผ่อนให้เพียงพอ อย่าไปคิดมาก
  • แยกให้ออกระหว่างป่วยเป็นไข้หวัดธรรมดา หรือป่วยเป็น COVID-19 พร้อมหาทางแก้ไขอย่างถูกวิธี 
  • สิ่งที่จะแยกว่าเราติดเชื้อ COVID-19 หรือเป็นไข้หวัดธรรมดา ก็คือ ถ้าเป็นเชื้อ COVID-19 จะไม่มีน้ำมูกค่ะ ทีนี้ถ้าเราเข้าข่ายเสี่ยงก็ขอให้ตั้งสติพาตัวเองไปตรวจที่โรงพยาบาลนะคะ
  • ป้องกันตัวเอง และปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

หากทุกคนสามารถทำแบบนี้ได้ ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะติดโรคแล้วล่ะค่ะ อย่าลืมว่า “จงใช้ชีวิตอยู่ในความไม่ประมาท” ก็พอแล้วค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.istrong.co

Writer Profile : Mneeose

💙💙💙

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7  วิธี พิชิตการทานยากของเด็ก
ชีวิตครอบครัว
เมื่อคุณพ่อ จะต้องwork from home
ชีวิตครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort