fbpx

รู้จักกับภาวะ Heatstroke อาการที่มาพร้อมกับหน้าร้อน

Writer : Lalimay
: 8 มีนาคม 2562

ช่วงนี้อากาศเริ่มร้อนอบอ้าวแล้วค่ะ เห็นว่าปีนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูร้อนเร็วทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าอากาศร้อนๆ ย่อมทำให้คนอ่อนเพลียง่าย และถ้าอยู่กลางแจ้งนานๆ อาจทำให้เกิดโรคลมแดดหรือฮีทสโตรก (Heatstroke) ได้ ยิ่งในเด็กด้วยแล้วยิ่งต้องดูแลเป็นพิเศษ วันนี้เราเลยจะพารับมือกับโรคนี้กันค่ะ

อาการ

ตัวร้อนจัดขึ้นเรื่อยๆ ถึง 40 องศาเซลเซียสขึ้นไป แต่กลับไม่มีเหงื่อออก ผิวหนังและหน้าแดงเพราะอุณหภูมิในร่างกายสูงขึ้น รวมไปถึงผิวหนังจะแห้งและร้อน หายใจถี่ หัวใจเต้นเร็ว มีอาการวิงเวียน ปวดหัวตุบๆ คลื่นไส้ สับสน พูดไม่ชัดเจน อาจถึงขั้นชักและโคม่าได้

สาเหตุ

ไม่ได้เกิดขึ้นทันทีที่สัมผัสกับอากาศร้อน แต่เกิดขึ้นจากการอยู่ในสภาพอากาศที่ร้อนจัดเป็นเวลานาน ส่งผลให้อุณหภูมิในร่างกายเพิ่มสูงขึ้นและไม่สามารถระบายความร้อนออกไปได้ตามปกติ

วิธีดูแล

  • ที่สำคัญคือต้องลดอุณหภูมิภายในร่างกาย พยายามทำให้อุณหภูมิในร่างกายลดลงมาที่ประมาณ 38.3-38.8 องศาเซลเซียส
  • พาเข้าที่ร่ม นอนราบ ยกเท้าสูงทั้ง 2 ข้าง
  • ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นหรือผ้าห่อน้ำแข็งประคบตามซอกลำตัว คอ รักแร้ ขาหนีบ เพราะบริเวณนั้นมีเส้นเลือดที่ใกล้กับชั้นผิวหนังเป็นจำนวนมาก

วิธีป้องกัน

  • หลีกเลี่ยงไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ โดยเฉพาะในสถานที่ที่มีอากาศร้อนและชื้น
  • สวมเสื้อผ้าที่มีสีอ่อน โปร่ง ไม่หนา น้ำหนักเบา สามารถระบายความร้อนได้ดีและป้องกันแสงแดดได้ ถ้าต้องอยู่กลางแจ้งให้ดื่มน้ำมากๆ คอยจิบตลอด
  • ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ วางไว้ที่คอ
  • อย่าให้เด็กอยู่ในรถที่จอดทิ้งไว้

ข้อมูลอ้างอิง

Writer Profile : Lalimay

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



นวด นวด นวด มานวดลูกน้อยกันเถิด
เด็กวัยแรกเกิด
Update
ข่าว ข่าว
ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน โดยสถิติพบว่าผู้มีที่ติดยามีอายุน้อยลงเรื่อยๆ ซึ่งสถาบันบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดแห่งชาติ บรมราชชนนี (สบยช.) พบว่า ผู้เข้ารับบำบัดรักษายาเสพติด เริ่มใช้ยาเสพติดตอนอายุน้อยที่สุดคือ 9 ขวบ หากเด็กมีการใช้ยาเสพติด แน่นอนว่าจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อสมอง คือ สมองหยุดพัฒนา สติปัญญาลดลง การเรียนรู้มีปัญหา มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคทางจิตประสาท เพราะสมองของเด็กวัยนี้ยังพัฒนาไม่เต็มที่ ซึ่งในคนปกติสมองจะพัฒนาอย่างเต็มที่ในช่วงอายุ 22-25 ปี ดังนั้นพ่อแม่จึงควรเป็นแบบอย่างที่ดี ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด "ทุกชนิด" หมั่นสังเกตพฤติกรรมของลูก หากพบว่าลูกมีพฤติกรรมเสี่ยงหรือเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด ควรพูดคุย บอกกล่าวถึงอันตรายและผลกระทบที่จะตามมา อย่าจับผิด ให้ติดตามเฝ้าระวังและพาไปพบแพทย์ นอกจากนี้ควรใช้เวลาพูดคุย หากิจกรรมทำด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ลูกรู้ว่าเราคือคนที่พร้อมช่วยเหลือ ไม่ใช่คนที่จะผลักไสลูก เพื่อให้ลูกเกิดความไว้วางใจและเรียนรู้ที่จะแก้ไขปัญหา ลดละเลิกยาเสพติด และพยายามกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ด้วยตนเอง อ้างอิงจาก https://www.matichon.co.th/local/quality-life/news_1898196
20 มกราคม 2563