fbpx

คุณแม่มือใหม่ต้องรู้ สิทธิประกันสังคมที่มีไว้เพื่อหญิงตั้งครรภ์

Writer : blahblahboong
: 9 เมษายน 2561

คุณแม่ทั้งหลายฟังทางนี้ค่ะ

รู้หรือไม่? ประกันสังคมที่เราจ่ายกันทุกเดือนเนี่ย มีค่าทดแทนให้เรากรณีที่เรามีลูกด้วยนะคะ โดยเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ คลอด จนถึงลูกโตเลย แถมการหยุดงานในกรณีตั้งครรภ์คลอดบุตร เราก็ได้เงินทดแทนด้วยนะ


จากเงินที่เราโดนหักทุกเดือน ทุกเดือน กลายเป็นค่าดูแล ค่าใช้จ่ายให้เราในยามคับขัน แม้จะเล็กน้อย แต่ก็ควรรู้ไว้ เพื่อไม่ให้เป็นการเสียสิทธิที่เราพึงจะได้นะคะ 

ค่าฝากครรภ์

ค่าฝากครรภ์ 1,000 บาท

(เริ่มใช้ 1 พฤษภาคม 2561)

อันนี้เป็นเงินสนับสนุนที่เพิ่งผ่านการลงมติให้เพิ่มเข้ามาค่ะ เพื่อครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนการตรวจครรภ์รวมไปถึงการรับฝากครรภ์ โดยเงินก้อนนี้จะได้ทั้งหมด 1,000 บาท มีการแบ่งจ่ายทั้งหมด 3 งวดด้วยกัน คือ

  • ครั้งที่ 1 อายุครรภ์ 12 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 500 บาท
  • ครั้งที่ 2 อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 300 บาท
  • ครั้งที่ 3 อายุครรภ์ 20 สัปดาห์ จะได้รับเงิน 200 บาท

 

สิทธิการลาคลอด

ลาคลอดได้ 90 วัน

(รวมวันหยุดด้วย)

ในการลาเพื่อหยุดเพื่อคลอดลูก คุณแม่สามารถลาได้ทั้งหมด 90 วัน โดยรวมวันหยุดทั้งหมดแล้ว และจะได้รับ

เงินสงเคราะห์การหยุดงานเพื่อคลอดบุตร 50%

(ฐานเงินเดือนสูงสุดอยู่ที่ 15,000 บาท)

ในกรณีนี้คุณแม่จะต้องส่งเงินประกันมาที่ประกันสังคมตั้งแต่ 5 เดือนขึ้นไป ภายในระยะเวลา 15 เดือนก่อนวันรับบริการทางการแพทย์ถึงจะได้รับสิทธิตรงนี้ได้

โดยเงินในส่วนนี้จะเป็นประกันสังคมออกให้ 45 วัน และนายจ้างออกให้อีก 45 วัน ในกรณีที่คุณแม่มีเงินเดือนมากกว่า 15,000 บาท คงแอบรู้สึกเสียดายค่าจ้างที่ควรได้รับ ก็สามารถกลับมาทำงานได้ก่อน 90 วันค่ะ โดยค่าจ้างจะได้รับตามเดิมแบบเต็มๆ แต่เรื่องไม่เป็นปัญหาก็ใช้เวลาตรงนี้ฟักผ่อนฟื้นฟูร่างกาย และอยู่กับลูกได้เต็มที่เลยค่ะ

ค่าคลอดบุตร

เหมาจ่าย 13,000 บาท

โดยสามารถเบิกกับโรงพยาบาลไหนก็ได้ แต่คุณแม่จะต้องจ่ายเงินสมทบครบ 5 เดือนภายในระยะเวลา 15 เดือน ก่อนเดือนคลอดบุตร

ซึ่งในส่วนนี้คุณแม่สามารถเบิกได้สำหรับบุตรเพียง 2 คนเท่านั้น แต่ในกรณีที่ คุณแม่และคุณพ่อมีประกันสังคมทั้งคู่ทั้งคู่ จะสามารถเบิกได้จำนวนบุตรคนละ 2 คน เป็นแบบต่างคนต่างเบิก ไม่สามารถนำบุตรคนเดียวกันไปเบิกได้นะคะ

ค่าสงเคราะห์บุตร

เหมาจ่ายเดือนละ 400 บาท

(ตั้งแต่แรกเกิดจนบุตรมีอายุ 6 ปี)

สำหรับคุณแม่ที่จ่ายเงินสมทบเป็นประจำทุกเดือนเป็นเวลา 12 เดือน ภายใน 36 เดือนก่อนที่จะแจ้งสิทธิ สามารถรับเงินในส่วนนี้ได้ค่ะ

โดยคุณแม่จะได้รับเงินสงเคราะห์บุตรแบบเหมาจ่ายเดือนละ 400 บาทต่อบุตรหนึ่งคน สามารถเบิกได้ตั้งแต่น้องเกิดจะถึงอายุ 6 ปีเลยค่ะ แต่สิทธินี้จะใช้ได้กับบุตรครั้งละไม่เกิน 3 คนนะคะ และต้องเป็นบุตรที่ถูกต้องตามกฎหมาย คือเป็นลูกแท้ๆ ที่คุณแม่คลอดมาเอง ไม่เกี่ยวกับกรณีบุตรบุญธรรมค่ะ

กรณีแท้งบุตร

สามารถเบิกค่าคลอดและค่าทดแทนการหยุดงานได้

กรณีที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นเลยค่ะ แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว คุณที่ที่แท้งลูกหรือคลอดออกมาแล้วเด็กเสียชีวิต ทางประกันสังคมจะให้สิทธิในการเบิกค่าคลอดและค่าทดแทนการหยุดงาน แต่ก็มีเงื่อนไจนะคะ คือ

  • ต้องตั้งครรภ์ 7 เดือนขึ้นไป
  • แนบใบมรณะของบุตร

ถ้าคุณแม่ยังมีข้อสงสัย ต้องการสอบถามข้อมลูลเพิ่มเติมสามารถติดต่อได้โดยตรงที่

สายด่วนประกันสังคม 1506 

 

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7 ประโยชน์ของอาโวคาโด
อาหาร
Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort