fbpx

ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กที่ควรแก้ไข พ่อแม่ช่วยได้อย่างไรบ้าง

Writer : Jicko
: 13 พฤษภาคม 2562

บุคลิกภาพถือเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนๆ นั้นได้ ซึ่งแต่ละคนก็มีบุคลิกภาพแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับการเลี้ยงดูตั้งแต่วัยเด็ก และนั้นแหละค่ะก็มีเด็กบางคนที่มักมีปัญหาบุคลิกภาพบางลักษณะ เช่น การกัดเล็บ ม้วนผม แคะจมูก ซึ่งคุณพ่อคุณแม่บางคนก็เป็นกังวลใจกับปัญหานี้อยู่ไม่น้อย แล้วจะมีวิธีรับมืออย่างไรบ้างสำหรับเรื่องนี้ ไปดูกันเลยค่ะ

ปัญหาบุคลิกภาพที่พบมากในเด็ก

  • การกัดเล็บ (Nail biting)

จากการวิจัยพบว่า ประมาณร้อยละ 30 ถึงร้อยละ 60 ของเด็กและวัยรุ่นเคยมีประสบการณ์กัดและเคี้ยวเล็บจากนิ้วมือมากกว่า 1 นิ้ว ซึ่งเกิดขึ้นได้ทั้งเด็กผู้ชายและเด็กผู้หญิงในอัตราใกล้เคียงกัน แต่เด็กผู้ชายเมื่อโตขึ้นจะมีแนวโน้มที่กัดเล็บสูงกว่าเด็กผู้หญิงนั้นเองค่ะ

  • การดูดนิ้ว (Thumb sucking)

การดูดนิ้วเป็นเรื่องปกติมาก โดยเฉพาะเด็กที่ยังเล็กๆ ซึ่งอาจจะเริ่มได้ตั้งแต่อายุประมาณ 2 – 4 ขวบ เด็กบางคนก็มีการดูดนิ้วอื่นๆ บางคนก็ดูดมือ หรือดูดทั้งกำปั้น โดยบางคนจะแสดงพฤติกรรมดังกล่าวร่วมกับการดูดนิ้วหัวแม่มือ หรือบางคนก็แสดงพฤติกรรมดังกล่าวแทนการดูดนิ้วหัวแม่มือ ซึ่งการดูดนิ้วของเด็กนนั้น ก็เพื่อผ่อนคลายอารมณ์ แต่หากเด็กดูดนิ้วบ่อยจนเกินไปทั้งที่อายุ 4 – 5 ขวบไปแล้ว นั้นก็อาจจะหมายถึงปัญหาความผิดปกติที่อาจเกิดขึ้นกับเด็กได้นั้นเองค่ะ เช่น ปัญหาเกี่ยวกับฟันต่างๆ หรือนิ้วติดเชื้อ รวมไปถึงการถูกล้อเลียนจนขาดความมั่นใจนั้นเองค่ะ

  • การแคะจมูก (Nose picking)

การแคะจมูกถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นในช่วงเด็ก แต่พฤติกรรมนี้สามารถสืบเนื่องต่อไปจนถึงวัยผู้ใหญ่ได้ โดยสถิติหนึ่งระบุว่าร้อยละ 91 ของผู้ใหญ่ จะแคะจมูกเป็นประจำ และอีกร้อยละ 8 ของจำนวนดังกล่าวรับประทานสิ่งที่ตนเองแคะออกมาด้วยค่ะ

  • การม้วนผม (Hair twirling)

ส่วนใหญ่มักจะเกิดขึ้นกับเด็กผู้หญิง เช่น การม้วนผม ลูบผม และดึงผม ซึ่งพฤติกรรมม้วนผมนี้เป็นจุดเริ่มแรกของวัยเด็กที่เป็นสาเหตุของการดึงผม โดยส่วนใหญ่มันจะเกิดขึ้นตอนเด็กเล็กและค่อยๆ หายไปเองเมื่อเขาโตขึ้น แต่ถ้าหากพฤติกรรมดังกล่าวยังอยู่ คุณพ่อคุณแม่ก็สามารถกำจัดปัญหาบุคลิกภาพไปได้ แต่หากเข้าสู่วัยรุ่นที่ค่อนข้างโตแล้ว การแก้ปัญหาก็จะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้นนั้นเองค่ะ ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้นอกจากจะเป็นปัญหาเรื่องบุคลิกแล้วยังเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความวิตกกังวล รวมไปถึงโรคย้ำคิดย้ำทำ และภาวะซึมเศร้าได้ด้วยนั้นเองค่ะ

สาเหตุ

  • เด็กรู้สึกเบื่อ
  • เป็นการผ่อนคลายความกังวล
  • พฤติกรรมสืบเนื่องจากวัยทารก เช่นการดูดนิ้ว
  • เรียกร้องความสนใจจากพ่อแม่ โดยเมื่อเขารู้สึกว่าพ่อแม่ไม่ใส่ใจ เด็กก็จะแสดงพฤติกรรมให้คุณพ่อคุณแม่เห็น เป็นการกระตุ้นให้คุณพ่อคุณแม่หันมาสนใจ
  •  พฤติกรรมของคนในครอบครัว เช่น หากทางครอบครัวมีคนชอบกัดเล็บหรือมีประวัติการกัดเล็บ เด็กก็อาจจะมีปัญหาบุคลิกภาพแบบนั้นตามไปด้วย
  • ปัจจัยทางพันธุกรรม

ผู้ปกครองจะช่วยเหลืออย่างไรได้บ้าง

ถึงแม้ปัญหาบุคลิกภาพของเด็กจะสามารถหายไปเมื่อเด็กๆ เข้าสู่วัยเรียน แต่หากผู้ปกครองไม่อยากให้หนูน้อยมีปัญหาบุคลิกภาพ สามารถช่วยเหลือหรือแก้ไขได้ดังนี้

  • ชี้ให้ลูกเห็นถึงปัญหา

โดยคุณพ่อคุณแม่สามารถบอกกับลูกถึงปัญหา โดยสามารถใช้วิธีนี้ได้กับเด็ก ตั้งแต่อายุ 3 – 4 ขวบ เพื่อช่วยให้เขาเห็นถึงปัญหาพฤติกรรมของตัวเองมากขึ้น เช่น เมื่อลูกแสดงออกอย่างเช่นการกัดเล็บ คุณพ่อคุณแม่ก็อาจจะเริ่มทักถึงพฤติกรรมดังกล่าว พร้อมกับให้เขาหยุดกัดเล็บ แต่ไม่ควรดุ หรือสั่งสอน หรือใช้วิธีที่เด็ดขาด อย่างการลงโทษ เพราะอาจจะทำให้ปัญหาที่เกิดกับเด็กนั้นแย่ลงได้นะคะ คุณพ่อคุณแม่ต้องขอความร่วมมือกับลูกอย่างค่อยเป็นค่อยไปนั้นเองค่ะ

  • ให้ลูกมีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา

เมื่อเกิดปัญหาอาจจะเมื่อลูกกลับมาบ้านแล้วร้องไห้เพราะถูกเพื่อนล้อเลียนเรื่องพฤติกรรมการดูดนิ้ว คุณพ่อคุณแม่ควรจะรับรู้ก่อนว่าลูกกำลังต้องการความช่วยเหลือ เราอาจจะถามถึงความสมัครใจของลูกว่าเขาต้องการจะหยุดพฤติกรรมดังกล่าวหรือไม่ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้คิด และแสดงความมุ่งมั่น จากนั้นทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกเองก็หาทางออกร่วมกัน เกี่ยวกับปัญหาบุคลิกภาพนี้นั้นเองค่ะ

  • แนะนำพฤติกรรมหรือกิจกรรมอื่นๆ

คุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องหากิจกรรมเพื่อให้เขาได้จดจ่อกับสิ่งอื่นแทนการหมกหมุ่นกับพฤติกรรม อย่างเช่นการกัดเล็บ หรือม้วมผม หรือดูดนิ้ว เช่น ให้ลูกเป็นผู้ช่วยประกอบอาหาร หรือให้ลูกทำงานศิลปะที่ตัวเองชื่นชอบ หรืออีกวิธีนึงก็คือ หากเห็นว่าลูกกำลังกัดเล็บ แทนที่เราจะเข้าไปห้าม คุณพ่อคุณแม่ก็อาจชักชวนลูกให้สะบัดมือไปมา ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้เขาตระหนักถึงพฤติกรรมของงตนเองมากขึ้นและจะทำให้เขาหยุดพฤติกรรมดังกล่าวได้นั้นเองค่ะ

  • ตัดปัญหาที่ต้นเหตุ

ยกตัวอย่างเช่น หากลูกของเรากัดเล็บ วิธีการง่ายๆ ที่จะหยุดพฤติกรรมนั้นก็คือ คุณพ่อคุณแม่ควรจะตัดเล็บให้ลูกสั้นๆ หรือให้ลูกทาโลชั่นชนิดไม่มีสารพิษที่มือบ่อยๆ ซึ่งวิธีนี้นอกจากจะป้องกันไม่ให้เขากัดเล็บแล้ว ยังช่วยเรื่องผิวพรรณของเด็กๆ ให้ชุ่มชื้นอีกด้วยนะคะ

  • ชื่นชมเมื่อลูกทำได้

เมื่อรู้ว่าลูกของเราชอบกัดเล็บ คุณพ่อคุณแม่อาจจะตั้งกฎขึ้นมาว่า จะอนุญาตให้ลูกสาวทาเล็บได้ หากเขาสามารถเก็บเล็บให้ยาวขึ้นโดยไม่กัดได้ หรือหากลูกสามารถเลิกพฤติกรรมหรือสามารถยับบั้งการดูดนิ้วได้ พ่อแม่อาจจะกระตุ้นให้เขามีพฤติกรรมทางบวกด้วยการชมเชย หรือให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้ค่ะ

  • สังเกตลูก

เมื่อคุณพ่อคุณแม่หมั่นสังเกตลูก พร้อมทั้งให้รางวัลและชื่นชมอย่างสม่ำเสมอ จะทำให้พฤติกรรมไม่พึงประสงค์นนั้นหายไปได้ แต่หากเราพลาดการสังเกตเห็นเวลาที่ลูกแสดงพฤติกรรมทางบวก จะทำให้พ่อแม่อย่างเราพลาดที่จะให้รางวัลหรือคำชมเชยกับลูก หากเป็นเช่นนี้ พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ที่เราอยากให้ลูกหาย ก็จะกลับมาดังเดิม ยังไงคุณพ่อคุณแม่ต้องหมั่นสังเกตนะคะ เพราะหากเผลอไปหรือไม่ได้รับการกระตุ้นที่สม่ำเสมอ พฤติกรรมนั้นจะกลับมาเหมือนเดิมได้ค่ะ

ขอบคุณข้อมูล : Taamkru

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



แม่จ๋า! น้ำร้อนลวกหนู ทำอย่างไรดี
ข้อมูลทางแพทย์
Update
อาหาร อาหาร
ไข่เป็นแหล่งอาหารชั้นเลิศที่นอกจากจะอุดมไปด้วยสารอาหารสำคัญที่มีส่วนช่วยในการเจริญเติบโตของเด็กแล้ว ยังหาทานได้ง่ายและมีรสชาติอร่อย รวมถึงสามารถปรุงได้หลากหลายเมนูอีกด้วย แต่ทว่าการทานไข่ที่ต่างชนิดกันก็ให้ปริมาณสารอาหารที่ต่างกันออกไป เช่นหากทานไข่ชนิดนี้มากไปจะทำให้คอเลสเตอรอลขึ้นสูงได้โดยไม่ทันระวัง วันนี้เราจะมาดูไปดว้ยกันว่าไข่แต่ละชนิดนั้นให้ปริมาณสารอาหารแตกต่างกันเท่าไหร่เพื่อให้ง่ายต่อคุณแม่ที่จะนำไปประกอบอาหารให้แก่ลูกน้อยค่ะ ไข่ไก่ เป็นไข่ที่มีความนิยมสูงสุดในการนำมาประกอบอาหารเพราะหาง่าย ทานแล้วอิ่มอยู่ท้อง สามารถทำมาทำได้ทั้งอาหารคาวและหวานเหมาะสำหรับเด็กที่ชอบรับประทานอาหารเมนูไข่ สารอาหารที่จะได้รับจากไข่ไก่นั้นมี พลังงาน 160 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 11.7 กร้ม ไข่เป็ด มีขนาดที่พอๆกับไข่ไก่หรืออาจใหญ่กว่า เป็นไข่ที่ชื่นชอบของผู้ใหญ่มากกว่าเด็กเพราะกลิ่นนั้นมีความคาวกว่าแต่รสชาตินั้นให้ความกลมกล่อมและสีสันที่สวยของไข่แดง การนำมาประกอบอาหารจึงมักจะถูกนำไปใช้ทำขนมหวานเพื่อความน่ากิน หากเด็กบ้านไหนชอบขนมฝอยทอง ทองหยิบทองหยอดหรือสังขยามากๆก็แปลได้ว่าหลงรักในรสชาติและความสวยของไข่เป็ดเข้าแล้ว สารอาหารจากไข่เป็ดนั้นมี พลังงาน 186 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 12.3 กรัม ไขมัน 14.3 กรัม ไข่นกกระทา ไข่จิ๋วแต่แจ๋ว ทานเพลินจนหยุดไม่ได้ มีความอร่อยและทานง่ายกับเด็กเล็กด้วยขนาดพอดีมือพอดีคำแต่เพราะทานง่ายนี่แหละจึงทำให้เรามักเผลอหยิบเข้าปากไปโดยไม่ระวังจนในที่สุดก็เป็นการทานมากกว่าจำเป็นและคอเรสเตอรอลเกินในที่สุด ซึ่งสำหรับเด็กๆที่ทานน้อยจนทำให้ได้รับสารอาหารไม่พอเพียง ไข่นกกระทาจึงเหมาะมากสำหรับการทานเพียงไม่กี่คำเพราะสารอาหารในไข่นกกระทาฟองเดียวนั้นมี พลังงาน 171 กิโลแคลอรี่ โปรตีน 13.3 กรัม ไขมัน 12 กรัม เลือกไข่แบบไหนจึงดีกับการเจริญเติบโตของเด็ก ไข่DHAหรือไข่ที่มี Omega3 ช่วยเสริมสร้างพัฒนาความจำ ไข่ไอโอดีน ช่วยพัฒนาสมองในการเรียนรู้ ไข่ออร์แกนิก มีสารอาหารมากกว่าไข่ปกติ ช่วยพัฒนาการเจริญเติบโต เมนูแนะนำสำหรับไข่แต่ละชนิด ไข่ไก่ ไข่ตุ๋น, แกงจืดไข่น้ำ ไข่เป็ด พะโล้ไข่เป็ดต้ม, ไข่เจียวยัดไส้ ไข่นกกระทา ไก่ปั้นไส้ใข่นกกระทา, ไข่นกกระทาลูกเขย สำหรับเด็กอ่อนอายุเกิน 6 เดือน ทานเมนูที่เป็นไข่แดงสุกบดผสมกับข้าวหรือแครอท, ฟักทองต้มบดละเอียด คำเตือน หากเด็กมีอาการแพ้สารอาหารที่อยู่ในไข่ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนในไข่แดงหรือขาว ควรได้รับการตรวจกับแพทย์และทานอาหารอย่างอื่นเสริมแทน ที่มา : rakluke,…
16 สิงหาคม 2562