fbpx

เคล็ดลับสำหรับคุณแม่ ก่อนเลือกซื้อ " อาหารเสริมสำเร็จรูป " ตามท้องตลาด

Writer : Jicko
: 11 กันยายน 2562

เด็กๆ ควรได้รับสารอาหารอย่างเต็มที่และครบถ้วนสมบูรณ์ แต่ในบางครั้ง  คุณแม่ๆ เอง ก็ไม่สามารถจะจัดเตรียมอาหารได้หากมีความจำเป็น และทางเลือกหนึ่งที่คุณแม่ๆ จะสามารถทำได้นั้นก็คือ การใช้อาหารเสริมสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายในท้องตลาดนั้นเองค่ะ

แต่สิ่งสำคัญที่คุณแม่ๆ ต้องรู้ก่อนเลือกซื้ออาหารสำเร็จรูปมาให้ลูกทานนั้น เราก็ต้องมาทำความรู้จัก และรู้วิธีการเลือกซื้อกันก่อนนะคะ เพื่อความปลอดภัยของลูกน้อยของเรายังไงล่ะ ไปดูกันเลย

อาหารเสริมสำหรับทารกที่จำหน่ายในท้องตลาด 

แบ่งเป็น 2 ประเภทดังนี้

  1. อาหารกึ่งสำเร็จรูป หมายถึง อาหารที่ก่อนนำมาให้ลูกทาน ต้องผสมน้ำหรือต้มให้สุกเสียก่อนค่ะ
  2. อาหารสำเร็จรูป หมายถึง อาหารที่พร้อมให้ทารกทานได้ทันที ซึ่งราคาค่อนข้างแพงค่ะ

 

หลักจากที่ได้ทำความรู้จักกับอาหารเสริมสำเร็จรูปประเภทต่างๆ สำหรับลูกน้อยแล้ว สิ่งสำคัญสำหรับการเลือกอาหารเสริมเหล่านี้ นั้นก็คือ “การอ่านฉลากอาหาร” ซึ่งทุกครั้งที่เลือกซื้อ คุณแม่ๆ จะต้องอ่านก่อนทุกเสมอ เพราะอาหารเสริมแต่ละยี่ห้อนั้น มีคุณค่าทางโภชนการที่แตกต่างกันค่ะ บางชนิดมีสารอาหารที่ไม่ครบถ้วน คุณแม่ๆ เองก็ต้องอาหารอื่นๆ เพื่อมาเสริม เพื่อให้ลูกน้อยได้มีสารอาหารที่เพียงพอและครบถ้วน ต่อร่างกายนั้นเองค่ะ

เคล็ดลับก่อนเลือกซื้ออาหารเสริมสำเร็จรูปตามท้องตลาด

  • อ่านฉลากอาหาร และฉลากโภชนาการ 

คุณแม่ๆ ต้องดูฉลากก่อนว่า กล่องอาหารนั้นมีส่วนประกอบอะไรบ้าง และมีคุณค่าทางโภชนการครบถ้วนหรือไม่ค่ะ โดยเฉพาะสารอาหารกึ่งสำเร็จรูป ที่มักจะมีสารอาหารไม่ครบถ้วนนั้นเองค่ะ

  • เลือกอาหารสำเร็จรูปที่มีเลขทะเบียนอาหารและยา (อย.)

ปัจจุบันคุณแม่ๆ อาจจะเห็นตามข่าวหลายต่อหลายข่าวเรื่อง การสวมเลข อย. โดยนำเลข อย. ของผลิตภัณฑ์อื่นมาใช้บนฉลากผลิตภัณฑ์ของตัวเอง ซึ่งไม่ถูกต้อง และเป็นอันตรายต่อผู้บริโภค เพราะฉะนั้นจะต้องเลือก อาหารสำเร็จรูปที่มี อย. โดยดูจากข้างกล่อง หรือตรวจสอบเลข อย. ได้ที่เว็บไซต์ www.fda.moph.go.th นั้นเองค่ะ

  • เลือกให้เหมาะกับอายุของทารก

บนกล่องผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับเด็ก มักจะมีตัวเลขที่บอกอายุของเด็ก ที่คุณแม่ๆ สามารถอ่านก่อนเลือกซื้อได้

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีบรรจุภัณฑ์เรียบร้อย

ไม่ขาด ไม่รั่ว ไม่บุบ หรือบิดเบี้ยว และที่สำคัญต้องไม่หมดอายุนะคะ

  • เลือกผลิตภัณฑ์ที่ไม่เติมน้ำตาล เกลือ ผงชูรส หรือสารที่ให้ความหวานแทนน้ำตาล

เพราะอาหารเสริมที่ปรุงแต่งมากเกินไป อาจจะเป็นอัตรายกับเด็กๆ อย่างเด็กทารกได้ นอกจากจะไม่ได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนและเป็นประโยชน์แล้ว ยังเป็นอันตรายกับเด็กทารกได้อีกด้วยค่ะ

  • เลือกอาหารที่ไม่มีสารปรุงแต่ง ทั้ง สี กลิ่น และ ไม่ใส่สารกันบูด

เพราะการปรุงแต่ง ทั้ง สี กลิ่น และสารกันบูดนั้น เป็นการปรุงแต่งสารเคมีเข้าไปยังอาหารนั้นเอง ทำให้อาหารเสริมเหล่านั้นมีวัตถุเจือปน ถึงแม้จะอร่อย แต่ก็ไม่เหมาะสมสำหรับเด็กทารกนะคะ

  • หากเลือกอาหารเสริม “กึ่งสำเร็จรูป” คุณแม่ๆ ต้องทำให้สุกก่อน ก่อนที่จะให้ทารกทานทุกครั้ง

สำหรับข้อนี้ต้องจำไว้เสมอเลยนะคะ หากไม่ทำให้สุกก่อน อาจจะเป็นอันตรายกับทารก ที่ทานอาหารเข้าไปได้

 

ขอบคุณหนังสือ : amarin baby and kids

Writer Profile : Jicko

  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



แม่จ๋า! น้ำร้อนลวกหนู ทำอย่างไรดี
ข้อมูลทางแพทย์
Update
ข่าว ข่าว
จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค สถานการณ์โรคอุจจาระร่วงในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–11 ก.ย. 62 พบผู้ป่วย 716,563 ราย เสียชีวิต 3 ราย เป็นผู้ป่วยเพศหญิงมากกว่าเพศชาย โดยกลุ่มอายุที่พบมากที่สุด คือ กลุ่มวัยเด็ก อายุแรกเกิด - 10 ปี โดยเหตุการระบาดของโรคพบว่าผู้ป่วยจากอาหารและน้ำเป็นกลุ่มก้อน 89 ครั้ง ส่วนใหญ่เกิดขึ้นในโรงเรียน โดยได้ตรวจพบเชื้อไวรัส 8 ครั้ง แยกเป็นเชื้อ Norovirus 5 ครั้ง และ Rotavirus 3 ครั้ง  การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์นี้ คาดว่ามีโอกาสพบผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วงจากเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น เนื่องจากเชื้อไวรัสมักปนเปื้อนมากับน้ำและน้ำแข็ง อีกทั้งตอนนี้ยังมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ ทำให้อาจมีการปนเปื้อนได้ง่าย  อาการของผู้ป่วยโรคอุจจาระร่วง จะมีอาการถ่ายอุจจาระเหลวมากกว่า 3 ครั้งต่อวันหรือถ่ายเป็นน้ำ อาจมีอาการปวดท้อง คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อได้ ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นได้คือภาวะขาดน้ำรุนแรง ภาวะสมดุลเกลือแร่ผิดปกติ ไตวายเฉียบพลัน และเสียชีวิตได้ ในการป้องกันโรคอุจจาระร่วง คุณพ่อคุณแม่ต้องยึดหลัก“สุก ร้อน สะอาด” โดยให้ลูกกินอาหารปรุงสุกใหม่ด้วยความร้อน ไม่กินอาหารแบบสุกๆ ดิบๆ ดื่มน้ำสะอาดที่ได้รับมาตรฐาน สอนให้ลูกล้างมือให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่ทุกครั้งก่อนกินอาหาร ก่อน-หลังการเตรียมอาหาร และหลังขับถ่าย อ้างอิงจาก mgronline.com
16 กันยายน 2562