fbpx

7 เทคนิคง่ายๆ ฝึกให้ลูกกินข้าวเอง

Writer : nunzmoko
: 4 กุมภาพันธ์ 2561

โดยปกติเด็กจะมีพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดเล็ก ที่สังเกตได้จากใช้มือหยิบฉวยคว้าสิ่งของเมื่ออายุประมาณ 3-4 เดือน และจะเริ่มพัฒนามาเป็นการหยิบด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วอื่นๆ ตอนเดือนที่ 5-6 พอถึงเดือนที่ 8-9 คุณพ่อคุณแม่ควรเริ่มฝึกให้ลูกหยิบอาหารกินทานเอง เพราะจะเงฝึกกล้ามเนื้อมัดเล็กของลูกให้แข็งแรงมากขึ้นค่ะ

เทคนิคฝึกให้ลูกกินข้าวเอง

1. ปล่อยให้เลอะเทอะบ้าง 

ขอบคุณภาพจาก ig – @gggubgib

ช่วงแรกที่ฝึกให้กินข้าวเองลูกอาจจะทำอาหารเลอะเทอะบ้างเป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งการที่ลูกได้ลองใช้มือหยิบจับ เป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้ลูกเรียนรู้การกินและรู้จักอาหารมากขึ้น หลังจากนั้นคุณพ่อคุณแม่ก็ค่อยสอนลูกว่าควรทานอย่างไร ตักอย่างไร แล้วคอยบอกลูกว่าอาหารเป็นของมีค่า อาหารเอาไว้ทานไม่ใช่ของเล่นค่ะ

2. ลดของว่างระหว่างมื้อ 

ไม่ควรให้ลูกกินจุบจิบทั้งวัน เพราะจะทำให้ลูกไม่หิวเมื่อถึงมื้ออาหาร เมื่อลูกหิวบางทีคุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องบอกให้ทานเลยค่ะ ลูกอาจจะหยิบอาหารหม่ำเข้าปากนำไปก่อนแล้ว

3. ปรับเปลี่ยนเมนูอาหาร

โดยเริ่มจากนำอาหารที่ลูกชอบมาผสมกับเมนูผัก เพื่อฝึกให้ลูกทานผักเป็นมาทำเมนูใหม่ๆ เช่น ไข่ตุ๋นใส่ผักหลากสี หมูบดใส่ข้าวโพด ซุปบรอกโคลี ซุปข้นแซลมอนใส่แครอท เป็นต้น ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ลองสังเกตว่าลูกชอบทานอะไรแล้วลองมิกซ์แอนด์แมทช์ และไม่ลืมตกแต่งหน้าอาหารให้มีสีสันน่ารับประทาน หรืออาจตกแต่งเป็นรูปการ์ตูน เพื่อดึงดูดความสนใจให้ลุกอยากทานอาหารมากขึ้นค่ะ

4. จัดปริมาณอาหารให้เหมาะสม 

คุณพ่อคุณแม่ควรจัดอาหารและสัดส่วนโภชนาการอาหารให้เหมาะสมกับวัยของลูก เพราะวัยนี้จะทานไม่เยอะในแต่ละมื้อ อีกทั้งยังมีการดื่มนมด้วย จึงไม่ควรตักอาหารให้ลูกเยอะเกินไป เพราะอาจทำให้ไม่อยากกินข้าว อมข้าว หรือกลายเป็นเด็กที่มีน้ำหนักเกินค่ะ

5. ไม่ดูทีวีหรือทำกิจกรรมอื่น

ไม่ดูทีวีหรือทำกิจกรรมอื่นบนโต๊ะอาหาร ทั้งคุณพ่อคุณแม่และลูกเพราะอาจเบี่ยงเบนความสนใจในการกินอาหารของลูกได้

6. กำหนดเวลาการกินอาหาร

ควรกำหนดเวลาในการกินอาหารของลูก ซึ่งในแต่ละมื้อไม่ควรให้ลูกกินข้าวเกิน 20-30 นาที

7. กินข้าวพร้อมกัน

ลองจัดโต๊ะอาหารและกินข้าวพร้อมกับลูก เพราะลูกจะได้เห็นบรรยากาศของมื้ออาหาร และยังได้เรียนรู้วิธีการกินอาหารจากคุณพ่อคุณแม่ เพราะเด็กเล็กจะเลียนแบบการกระทำของผู้ใหญ่ คุณพ่อคุณแม่ควรเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับลูก เช่น ทานผักหรืออาหารที่มีประโยชน์ให้ลูกเห็น เมื่อถึงเวลาทานอาหารจะไม่ทำกิจกรรมอื่น พูดคุยพร้อมบอกประโยชน์แก่อาหารแต่ละชนิดบนโต๊ะให้ลูกฟัง เป็นต้น

โดยทั่วไปเด็กวัย 12-18 เดือนสามารถกินอาหารได้เองแล้ว เพราะหากไม่ฝึกตั้งแต่ยังเล็ก พออายุมากกว่า 2 ขวบ จะยากที่ลูกจะเริ่มกินเองเพราะชินกับการถูกป้อน และเข้าใจว่าการที่คุณพ่อคุณแม่ป้อนข้าวเป็นการแสดงถึงความรักความใส่ใจ ถ้าพ่อแม่เลิกป้อน อาจเป็นการทำลายความรู้สึกของลูกได้ ดังนั้นควรปรับให้ลูกได้กินข้าวด้วยตัวเอง ซึ่งจะเป็นการฝึกวินัยและเสริมสร้างพัฒนาการด้านร่างกายให้กับลูกอีกด้วยค่ะ

ที่มา – rakluke.com

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



7  วิธี พิชิตการทานยากของเด็ก
ชีวิตครอบครัว
เคล็ดลับฝึกลูกให้มีสมาธิ
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
5 บทเรียนที่พ่อแม่ควรสอนลูกวัยอนุบาล
เด็กวัยเข้าโรงเรียน
Update
ข่าว ข่าว
คลิปไวรัลเป็นสิ่งที่มักแพร่กระจายบนรวดเร็วบนโลกออนไลน์ ซึ่งคลิปประเภทชาเลนจ์ (ท้าให้ทำ) ก็เป็นหนึ่งในคลิปที่เด็กๆ เห็นกันบ่อย และมักจะพากันทำตามกระแส ล่าสุดมีชาเลนจ์ที่อันตรายอย่าง Tripping jump challenge เกิดขึ้น ซึ่งเมื่อเล่นแล้วอาจอันตรายถึงชีวิต Tripping jump challenge หรือ Skull breaker challenge ซึ่งเป็นเกมใหม่ที่เริ่มต้นในอเมริกาใต้ เป็นไวรัลในเด็กนักเรียนที่ประเทศบราซิล โดยมีวิธีการเล่นคือ เด็ก 2 คนจะหลอกให้เพื่อนคนที่ 3 ยืนตรงกลางกระโดดขึ้นพร้อมๆ กัน แล้วสองคนด้านข้างจะเตะตัดขาคนกลางให้ล้มลงหงายหลังลงกับพื้น  นายแพทย์ธนินทร์ เวชชาภินันท์ ผู้อำนวยการสถาบันประสาทวิทยา กรมการแพทย์ กล่าวว่า การเล่นแบบนี้อันตรายมาก เนื่องจากคนที่ถูกทำให้ล้ม มีโอกาสที่จะมีศีรษะกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ซึ่งมีโอกาสทำให้คนเล่นกะโหลกศีรษะแตก มีเลือดออกในสมอง เส้นประสาทสมองถูกทำลาย ทำให้หมดสติ หรือโคม่า นอกจากนี้บางรายอาจจะมีกระดูกคอเคลื่อน อาจเกิดขณะคอมีการแหงนเต็มที่ (hyperextension) ทำให้กล้ามเนื้อส่วนต้นคอ มีการยืดออกอย่างมากทำให้บางส่วนฉีกขาด ทำให้เกิดภยันตรายที่เกิดการบาดเจ็บต่อไขสันหลังส่วนคอและเส้นประสาท ทำให้เกิดอัมพาต หรือถึงเสียชีวิตได้ ซึ่งเด็กที่ถูกเพื่อนหลอกให้เล่นชาเลนจ์นี้มีทั้งที่หน้าคว่ำ จนเป็นแผลรุนแรง หกล้มจนกระดูกแขนขวาหัก 2 ท่อน และที่ร้ายแรงที่สุดคือ เสียชีวิตเนื่องจากศีรษะกระแทกกับพื้นปูนในโรงเรียน  ดังนั้นพ่อแม่จึงต้องคอยดูแล และเตือนลูกอย่าให้เล่นเกมนี้เด็ดขาด โดยอาจเล่าถึงอันตรายที่เกิดขึ้นเพราะเด็กยังไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นเป็นเรื่องที่อันตราย อ้างอิงจาก https://mgronline.com/onlinesection/detail/9630000015587 https://www.appdisqus.com/2020/02/16/tiktok-tripping-jump-challenge.html
17 กุมภาพันธ์ 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort