fbpx

ฟักทอง ขุมทรัพย์แห่งสารอาหารที่ลูกน้อยคู่ควร

Writer : OttChan
: 2 กรกฏาคม 2562

เป็นที่รู้จักกันดีว่าอาหารที่ทานง่ายได้สารอาหารหลากหลายชนิดเหมาะกับลูกน้อย คงจะมีฟักทองเป็นหนึ่งในชื้อพืชผักที่คุณแม่ทุกคนเลือกเป็นอันดับต้นๆให้เขาได้ทาน เพราะนอกจากจะมีรสชาติหวานหอมแล้ว เนื้อสัมผัสก็ทานง่ายและดัดแปลงเป็นอาหารได้หลากหลายเมนู และในครั้งนี้ เราจะมาดูกันว่าฟักทองนั้นมีประโยชน์และข้อระวังในการทาน อย่างไรบ้าง รวมถึงเมนูที่เหมาะสมแต่ละช่วงวัย

ฟักทองนั้นประกอบด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อลูกน้อย

  • แคลเซียม
  • เบต้าแคโรทีน
  • วิตามินบี1, 2, 3, 5, 6
  • วิตามินซี
  • วิตามินอี
สรรพคุณของฟักทองนั้นช่วยในเรื่อง

  • บำรุงสายตาให้ดีขึ้นด้วยวิตามินชนิดต่างๆ
  • บรรเทาอาการปวดท้องที่เกิดจากโรคกระเพาะอาหารได้
  • ช่วยทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง
  • ลดการเป็นมะเร็งปลอดเลือดหัวใจ
  • ช่วยบรรเทาอาการหอบหืด
  • มีกากใยสูงช่วยให้ขับถ่ายได้คล่อง
  • ลดระดับน้ำตาลในเลือด
เมนูฟักทองที่เหมาะสมแต่ละช่วงวัยของลูก

6 – 8 เดือน

ซุปฟักทอง, ข้าวบดผสมฟักทอง เน้นให้ทานง่าย ไม่ต้องเคี้ยวมากก็สามารถกลืนลงไปได้

9 – 11 เดือน

ฟักทองต้มเชื่อมหั่นชิ้น เน้นให้ลูกได้ลองสัมผัสการกัดด้วยฟันให้รับรู้รสชาติที่หลากหลายในเนื้อที่มีความกรอบและความนุ่ม

1 – 2 ขวบ

ข้าวผัดฟักทอง, ไข่ผัดฟักทองใส่หมูสับ เน้นให้ได้มีสารอาหารอื่นๆเพิ่มเติมเช่นโปรตีนจากไข่, เนื้อสัตว์ เริ่มฝึกทานอาหารที่เป็นจานๆ

 

คำเตือน

ควรค่อยๆทานในปริมาณที่พอเหมาะต่อช่วงวัย เพราะฟักทองเป็นพืชให้ฤทธิ์อุ่น หากทานมากไปจะทำให้เกิดอาการกระเพาะร้อน เป็นร้อนในหรือท้องผูกเอาได้

และนอกจากจะมีประโยชน์กับเจ้าตัวเล็กแล้ว กับคุณแม่ที่พึ่งคลอดเขาได้ไม่นาน ฟักทองเองก็เป็นหนึ่งในอาหารช่วยชั้นดีในการช่วยย่อยและช่วยทำให้น้ำนมนั้น มีปริมาณที่เพิ่มขึ้น นับว่าเป็นพืชที่นอกจากจะอร่อยทานได้ทั้งเปลือกและเมล็ดแล้ว คุณประโยชน์ยังมีมากจับต้องได้ในราคาถูกอีกด้วย จึงสมควรแล้วที่จะยกเจ้าฟักทองนี้ให้เป็นขุมทรัพนย์แห่งสารอาหารค่ะ

ที่มา : punnita, rakluke, rakluke.com

 

 

Writer Profile : OttChan

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
Banner Banner
เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรคได้กล่าวว่าขณะนี้เป็นช่วงฤดูหนาว โรคมือ เท้า ปาก เป็นโรคที่ต้องระมัดระวัง โดยพบอัตราผู่ป่วยมากสุดในกลุ่มเด็กเล็กและเด็กวัยเรียน ประกอบกับช่วงนี้ที่เด็กในบางพื้นที่ต้องหยุดอยู่บ้านหรือศึกษาที่บ้านเนื่องด้วยการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ซึ่งอาจทำให้ติดโรคนี้จากเด็กในชุมชนเดียวกันได้ อาการของเด็กที่เริ่มป่วยโรคมือ เท้า และปากนั้นจะเริ่มจากการมีไข้อ่อนๆ อ่อนเพลีย 1-2 วันต่อมาจะมีอาการเจ็บปาก และมีตุ่มพองเล็กๆ บริเวณฝ่ามือฝ่าเท้า ตุ่มแผลในปาก เพดานอ่อน กระพุ้งแก้ม ซึ่งจะแตกออกเป็นแผลหลุมตื้นๆ หากสังเกตแล้วอาการไม่ดีขึ้น เด็กมีไข้สูง ซึมลง ชัก เกร็ง หายใจหอบ หรืออาเจียนในปริมาณมาก ควรพบแพทย์ทันทีเพราะอาจติดเชื้อไวรัสในกลุ่มแอนเทอโรไวรัส ที่เป็นสาเหตุของโรคมือ เท้า ปาก หากรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ นอกจากนี้แล้ว นายแพทย์โอภาศยังกล่าวแนะนำผู้ปกครองเพิ่มเติมว่า ขอให้ดูแลบุตรหลานในช่วงอยู่บ้านอย่างใกล้ชิด เพราะเด็กเล็กนั้นอาจไม่สามารถบอกอาการเจ็บป่วยของตัวเองได้  และได้แนะนำวิธีป้องกันโรคมือ เท้า และปากดังนี้ ลดการสัมผัสเชื้อ ไม่นำมือสกปรกสัมผัสใบหน้า เพราะเสี่ยงติดเชื้อโรคในน้ำมูก น้ำลาย น้ำจากแผลตุ่มพองหรืออุจจาระของผู้ป่วย เมื่อสัมผัสของเล่น ของใช้อย่างอื่นอาจกระจายเชื้อไปยังผู้อื่นได้ ทำความสะอาดของใช้และของเล่นเด็กเป็นประจำ เปิดประตูหน้าต่างให้อากาศถ่ายเท หมั่นให้เด็กล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอลล์ ก่อนและหลังรับประทานอาหารหรือเข้าห้องน้ำ หากบุตรหลานป่วย ให้สวมหน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัย เว้นระยะให้ห่างอย่างน้อย 1-2 เมตร แยกของใช้และของเล่นไม่ให้คลุกคลีกับคนอื่นๆ อ้างอิงจาก https://bit.ly/3sKDNIN
22 มกราคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort