fbpx

ช็อกโกแลต หนูน้อยกินได้ไหมเอ่ย?

Writer : blahblahboong
: 19 กุมภาพันธ์ 2561

ช็อกโกแลต ขนมแสนอร่อย ที่ไม่ว่าใครได้ลิ้มลองก็ต้องหลงรักในรสชาติหวาน-ขม สุดกลมกล่อม แต่ก็เพราะความอร่อยของช็อกโกแลตนี่แหละ ที่สร้างความหนักใจให้คุณแม่ๆ ก็ขนมกับเด็กเป็นของคู่กันนิคะ

วันนี้เรามาดูกันค่ะ ว่าเด็กสามารถทานช็อกโกแลตได้ไหมและจะได้รับประโยชน์อย่างไร 🙂

ทำความเข้าใจกันก่อน

” เด็กไม่ควรทานขนมทุกชนิด ก่อนอายุ 2 ปี “

ประเภทของช็อกโกแลต

  • ช็อกโกแลตขาว (White Chocolate) ไม่มีส่วนผสมของโกโก้ แต่ยังคงใช้โกโก้บัตเตอร์ แต่งรสด้วยการเติมน้ำตาล นมสด และกลิ่นวานิลลา
  • ช็อกโกแลตนม (Milk Chocolate) มีส่วนผสมมาจากโกโก้บัตเตอร์ โกโก้เหลว และนมสด
  • ช็อกโกแลตดำ (Dark Chocolate) มีโกโก้ผสมอยู่ตั้งแต่ 75% ขึ้นไป หวานน้อย เด็กทานได้

ประโยชน์ของช็อกโกแลต

ช็อกโกแลตที่ให้ประโยชน์สูงสุดต่อร่างกายคือ ช็อกโกแลตดำ หรือที่เราเรียกติดปากกันว่า “ดาร์กช็อกโกแลต” เพราะ มีน้ำตาลน้อย ทำให้เด็กๆ ไม่ติดทานรสหวาน นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังมีประโยชน์อีกมากมาย

  • ปกป้องผิวจากแสงแดด เพราะช็อกโกแลตมีสารฟลาโวนอยด์ช่วยปกป้องผิวจากแสงแดด ทำให้ผิวพรรณดี
  • ช่วยให้ผ่อนคลาย ช็อกโกแลตมีสารที่ทำให้สมองผ่อนคลาย กระตุ้นให้เกิดการหลั่งสารเอ็นโดฟิน ซึ่งเป็นสารสร้างความสุข ทำให้อารมณ์ดี
  • ส่งผลดีต่อหัวใจ ช็อกโกแลตช่วยฟื้นฟูความยืดหยุนของหลอดเลือดและป้องกันเซลล์เม็ดเลือดขาวที่คอยเกาะผนังเลือด ลดการเกิดไขมันอุดตันในเส้นเลือด
  • ทำให้ความจำดี ในช็อกโกแลตช่วยในเรื่องของความทรงจำและสมอง มีประโยชน์ในการรักษาอาการบาดเจ็บ กระทบกระเทือนทางสอมงด้วย

ของย้ำอีกครั้งว่า ช็อกโกแลต ที่มีประโยชน์ ส่งผลดีต่อสุขภาพที่แท้จริงคือ “ดาร์กช็อกโกแลต” แต่ถึงจะเต็มไปด้วยคุณประโยชน์อย่างไรก็ตาม ก็ควรให้เด็กๆ ทานในปริมาณที่เหมาะสม ควบคู่ไปกับอาหารมื้อหลักที่ให้คุณประโยชน์ครบ 5 หมู่ นะคะ 🙂

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort