fbpx

NEWS: สูงได้อย่ากินยา อย่าเชื่ออาหารเสริมเพิ่มความสูง ย้ำยาเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายไม่มีอยู่จริง

: 19 กุมภาพันธ์ 2564

เป็นเรื่องปกติที่เราอยากให้เจ้าตัวน้อยของเราตัวสูงใหญ่ใช่ไหมคะ ซึ่งความสูงของลูกน้อยหลักๆ นั้นมีปัจจัยสองสิ่ง คือพันธุกรรมจากพ่อแม่ที่เป็นปัจจัยหลัก และสิ่งแวดล้อมต่างๆ อย่างเช่นโภชนาการ การออกกำลังกาย การพักผ่อน และการทำงานของระบบฮอร์โมนค่ะที่เป็นปัจจัยรองค่ะ

เราอาจจะเคยได้ยินเรื่องยาหรืออาหารเสริมที่เพิ่มความสูงลูกน้อยได้ แต่เภสัชกรหญิงสุภัทรา บุญเสริม รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาได้เผยว่า สำนักคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้รับเรื่องร้องเรียนให้ตรวจสอบโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารยี่ห้อหนึ่งที่โฆษณาสรรพคุณยาเกินจริงว่าสามารถเพิ่มความสูงผู้ที่บริโภคได้

รองเลขาฯ อย.ได้กล่าวเสริมว่า อย.ไม่อนุญาตให้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารโฆษณาว่าสามารถเปลี่ยนโครงสร้างร่างกายมนุษย์ได้ และเตือนให้ผู้บริโภคระมัดระวัง อย่าเชื่อโฆษณาอวดอ้างสรรพคุณ ด้วยกรรมพันธุ์มีความสัมพันธ์กับความสูงของร่างกายมากกว่าโภชนาการ การรับประทานอาหารเสริมนั้นไม่สามารถช่วยเพิ่มความสูงได้

อย่างไรก็ตาม สำหรับคุณพ่อคุณแม่ที่ต้องการให้ลูกสูงขึ้น ควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อรับการรักษาอย่างถูกวิธี และถึงแม้ว่าสิ่งแวดล้อมอาจไม่ใช่ปัจจัยหลักของความสูงของลูกน้อย การได้รับประทารอาหารครบห้าหมู่ และการออกกำลังกายอย่างเป็นประจำสม่ำเสมอ จะช่วยให้ร่างกายของลูกน้อยแข็งแรงได้ค่ะ

อ้างอิงจาก https://bit.ly/3dnP2Sp

Writer Profile : phanthirapuyou

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ด้วยสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลให้เด็กต้องใช้ชีวิตในบ้านเพื่อปรับตัวเรียนผ่านระบบออนไลน์ จึงทำให้มีโอกาสใช้สื่อออนไลน์เพิ่มขึ้น ปัญหาสำคัญในการใช้สื่อดิจิทัลของเด็ก คือ ใช้สื่ออย่างไม่รู้เท่าทัน ขาดการยับยั้งชั่งใจ เสี่ยงต่อการได้รับกลั่นแกล้งในโลกออนไลน์ เข้าถึงสื่อที่ไม่เหมาะสมทำให้เกิดผลเสียทั้งสุขภาพกายและจิตใจ ส่งผลต่อพัฒนาการเรียนรู้ในระยะยาว จากการสำรวจของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ร่วมกับ คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และสถาบันสื่อเด็กและเยาวชน (สสย.) ในเรื่องของการใช้สื่อดิจิทัลของเด็กและเยาวชนไทยในอนาคต เดือนมกราคม 2564 พบว่า  ในกลุ่มเด็กมัธยมศึกษาชั้นปีที่ 1-6 อายุ 13-19 ปี รวม 542 คน มีการเปิดรับสื่อมากถึงวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยเป็นการใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการศึกษา 61% ใช้อินเทอร์เน็ตเพื่อการเข้าสื่อสังคมออนไลน์ เล่นเกม และติดต่อสื่อสารกับผู้อื่น 39% ส่วนในกลุ่มผู้ปกครองที่มีบุตรหลานศึกษาอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 อายุ 6-12 ปี รวม 403 คน ผู้ปกครองส่วนใหญ่เริ่มอนุญาตให้เด็กใช้สื่อตั้งแต่อายุเพียง 2-3 ปี เท่านั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กรุ่นใหม่ มีการเริ่มต้นใช้สื่อที่อายุน้อยลง อีกทั้งยังพบว่าผู้ปกครองอนุญาตให้ลูกใช้สื่อออนไลน์วันละ 1-3 ชั่วโมง สูงถึง 77.67% รองลงมา คือ 4-6 ชั่วโมง 16.13% และ 7 ชั่วโมงขึ้นไป 11.91% โดยพบว่า ยิ่งเด็กและเยาวชนยิ่งโตมากขึ้น หรืออยู่ในระดับการศึกษาที่สูงขึ้น ก็จะใช้สื่อออนไลน์นานขึ้น แต่ปัญหาที่ตามมาก็คือ เด็กยังขาดประสบการณ์ และอยู่ในวัยที่ใจร้อน อีกทั้งยังขาดสื่อคุณภาพดี ที่สำคัญคือพ่อแม่และโรงเรียน ขาดความรู้ความเข้าใจในการดูแล ส่งผลกระทบในทางลบที่เกิดกับเด็กและเยาวชน ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ เช่น…
14 พฤษภาคม 2564

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort

eşya depolama istanbul eşya depolama