fbpx

ชวนลูกเข้าครัวทำ ๕ เมนูอาหารตำหรับชาววัง

Writer : nunzmoko
: 30 เมษายน 2561

 

ในอดีตอาหารชาววังเป็นที่นิยมในหมู่ผู้คนในวัง โดยเฉพาะในช่วงรัชกาลที่ 5 มีการคิดค้นเมนูอาหารชาววังจำนวนมาก หลากหลายเมนูบางเมนูยังคงเป็นที่นิยมมากจนถึงปัจจุบัน แต่อีกหลายเมนูก็เริ่มหายไปตามกาลเวลา วันนี้ทาง Parents One จะมาแนะนำสูตรอาหารตำหรับชาววังที่เด็กๆ สมัยนี้ไม่ค่อยรู้จัก เป็นเมนูที่ทานง่ายทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ไปดูกันค่ะว่าจะมีเมนูอะไรบ้าง

เมนูที่ 1 : แสร้งว่ากุ้ง

ภาพจาก – Chef McDang

แสร้งว่ากุ้ง อาหารไทยโบราณที่ทำได้ง่ายๆ ใช้กุ้งสุกมาคลุกเคล้ากับผักและสมุนไพรต่างๆ ปรุงรสเปรี้ยว เค็ม หวาน คล้ายกับยำแต่ไม่มีรสเผ็ด

 ส่วนผสม

  • กุ้งใหญ่ 4 ตัว
  • ขิงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ต้นหอมซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ผักชีซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
  • ใบมะกรูดซอย 1 ช้อนโต๊ะ
  • มะขามเปียก 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 1 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. นำกุ้งไปลวกให้สุก จากนั้น หั่นเฉียงเป็นชิ้นๆ
  2. อ่างผสมใส่น้ำมะขามเปียก น้ำมะกรูด น้ำตาล น้ำปลา คนส่วนผสมให้เข้ากัน
  3. ใส่กุ้ง ขิง หอมแดง ต้นหอม ผักชี ตะไคร้ ใบมะกรูด เคล้าเบาๆ ให้เข้ากัน ใส่จานเสริฟ

สูตรจาก – foodtravel.tv

เมนูที่ 2 : หรุ่ม

ภาพจาก – ThaiPBS

หรุ่ม เป็นอาหารว่างไทยโบราณปรากฏชื่อในกาพย์เห่ชมเครื่องคาวหวานในรัชกาลที่ 2 ใช้ไข่ทำเป็นแผ่นบางสำหรับห่อไส้ ด้วยรสชาติกลมกล่อม ทานง่าย เมนูนี้จึงเหมาะทั้งสำหรับเด็กและผู้ใหญ่ค่ะ

ส่วนผสม

  • หมูสับละเอียด 1 ถ้วยตวง
  • กุ้งสับละเอียด 1/2 ถ้วยตวง
  • หอมใหญ่สับเป็นสี่เหลี่ยมลูกเต๋า 1/4 ถ้วยตวง
  • พริกชี้ฟ้าแดงหั่นฝอย 3 เม็ด
  • ผักชีเด็ดเอาแต่ใบ 1/4 ถ้วยตวง
  • ถั่วลิสงคั่วบุบ 1/4 ถ้วยตวง
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  • พริกไทย 5-8 เม็ด
  • กระเทียม 4 กลีบ
  • น้ำตาล 3 ช้อนโต๊ะ
  • รากผักชี 1 ราก
  • ไข่เป็ดตีให้เข้ากัน 5 ฟอง

วิธีทำ

  1. โขลกรากผักชี กระเทียมและพริกไทย ให้ละเอียด ตักขึ้นมาพักไว้
  2. ตั้งน้ำมันในกระทะบนไฟร้อนปานกลาง แล้วเอาส่วนผสมที่โขลกเตรียมไว้ลงไปผัดจนหอม
  3. จากนั้นใส่หมู กุ้งและหอมใหญ่ลงผัดให้สุก ปรุงรสด้วยน้ำปลา น้ำตาล ถั่วลิสง ผัดจนแห้ง จึงปิดไฟ
  4. ตั้งกระทะบนไฟร้อนปานกลาง ทาน้ำมันให้ทั่วก้นกระทะ พอกระทะร้อน
  5. ใช้มือจุ่มไข่และสะบัดให้เป็นตารางขนาดใหญ่พอห่อได้ 1 คำ
  6. พอไข่สุกค่อยๆ แคะขึ้นมาวางพักไว้บนจาน ทำเช่นนี้จนไข่หมด
  7. การห่อ นำแผ่นไข่ที่ทำไว้วางบนพื้นเรียบสะอาด จากนั้นวางพริกแดงและผักชีลงที่กลางแผ่นไข่
  8. ตักไส้พอคำวางทับพริกและผักชี พับห่อให้เป็นรูปสี่เหลียม ห่อจนหมด
  9. จัดใส่จาน ตกแต่งหน้าด้วยใบผักชี เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ หรือเป็นของว่างทานเล่นก็ได้ค่ะ

สูตรจาก – ezythaicooking.com

เมนูที่ 3 : ต้มจิ๋ว

ภาพจาก – Kullastree Online

ตำรับสายเยาวภา เมนูนี้เป็นเมนูทรงโปรดของรัชกาลที่ 5 เมื่อครั้งที่ทรงประชวร เป็นแกงกึ่งต้มจืดกึ่งต้มยำ เน้นใส่พืชสมุนไพรไทย เช่น หอมแดง กะเพรา โหระพา บวกกับโปรตีนชั้นดีอย่างเนื้อวัวและคาร์โบไฮเดรตชั้นยอดจากมันเทศ

ส่วนผสม

  • เนื้อสันในวัว  500 กรัม
  • มันเทศหั่นเป็นท่อน 1 หัว
  • หัวหอม (ซอย) 1/2 ถ้วย
  • ใบกะเพรา 1/4 ถ้วย
  • ใบโหระพา 1/4 ถ้วย
  • พริกขี้หนู (บุบ) 10 เม็ด
  • น้ำมะขามเปียก 1/4 – 1/2 ถ้วย
  • น้ำมะนาว 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ

วิธีทำ

  1. ล้าง และเลาะพังพืดเนื้อวัวให้สะอาด จากนั้นหั่นเป็นลูกเต๋า พักไว้
  2. หม้อใส่น้ำ ต้มให้เดือด ใส่เนื้อ คอยช้อนฟองออก (ปิดฝาแบบแง้มไว้) ตั้งไฟอ่อน เคี่ยวจนเนื้อเปื่อย
  3. ใส่มันเทศ ต้มต่อรอให้มันเปื่อย
  4. ใส่น้ำมะขามเปียก หอมซอย รอให้เดือดอีกครั้งใส่ใบกะเพรา ปิดไฟ
  5. ปรุงรสด้วยน้ำมะนาว น้ำปลา พริกขี้หนู ใส่ถ้วยเสิร์ฟ

สูตรจาก – foodtravel.tv

เมนูที่ 4 : หมูโสร่ง

ภาพจาก –  LINE Today

เป็นอาหารว่างหน้าตาคล้ายลูกตะกร้อ วิธีทำนั้นไม่ยุ่งยากเท่าไรนัก แต่ต้องอาศัยความใจเย็นเพราะต้องมีความพิถีพิถันในการนำหมี่ซั่วลวกพันรอบหมูสับปรุงรสที่ปั้นเป็นก้อนค่ะ

ส่วนผสม

  • เนื้อหมูบดละเอียด 200 กรัม
  • รากผักชีโขลกละเอียด 2 ช้อนชา
  • กระเทียมโขลกละเอียด 2 ช้อนชา
  • พริกไทยป่น 1/2 ช้อนชา
  • เกลือ 1/4 ช้อนชา
  • น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
  • ไข่ไก่ 1 ฟอง
  • น้ำมันสำหรับทอด 3 ถ้วย
  • เส้นหมี่ซั่วขาว 100 กรัม

วิธีทำ

  1. นำหมูที่บดไว้ใส่ภาชนะ ตามด้วยรากผักชี กระเทียม น้ำปลา เกลือ และพริกไทยป่น นวดให้เข้ากัน
  2. เมื่อเข้ากันประมาณหนึ่งแล้ว ตอกไข่ลงไปแล้วนวดอีกครั้ง ไข่จะช่วยให้เนื้อหมูมีความหนืดและเหนียวนุ่ม
  3. เมื่อเนื้อหมูมีความหนืดมือแล้ว ปั้นเป็นลูกกลมแบบพอดีคำ
  4. จากนั้นหยิบเส้นหมี่ซั่วที่ลวกแล้วผึ่งในตะแกรงประมาณ 3-4 เส้น
  5. นำมาพันหมูที่เราปั้นไว้ให้เป็นก้อนกลมเหมือนลูกตะกร้อ ทำแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนหมด
  6. วางใส่ถาดแล้วนำผ้าขาวบางมาคลุมไว้ ตั้งกระทะ ใช้ไฟอ่อนหรือกลาง ใส่น้ำมัน
  7. นำก้อนหมูที่พันแล้วไปทอดในกระทะ ทิ้งไว้ในกระทะสักพัก จนเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลทอง
  8. เมื่อสุกแล้วตักขึ้นสะเด็ดน้ำมัน เสิร์ฟคู่กับน้ำจิ้มพร้อมลิ้มรสค่ะ

สูตรจาก – parpaikin.com

เมนูที่ 5 : แกงรัญจวน

ภาพจาก – adrenalinerushdiaries.com

ด้วยกลิ่นหอมของน้ำซุปที่ใส่น้ำพริกกะปิลงไปด้วย จึงเป็นที่มาของความหอมรัญจวนนั่นเอง โดยปกติแล้วจะใช้เนื้อเป็นวัตถุดิบหลัก แต่ถ้าใครไม่กินเนื้อก็สามารถประยุกต์ใช้วัตถุดิบอย่างอื่นได้ เช่น หมู ไก่ หรืออาหารทะเลได้ตามชอบค่ะ

ส่วนผสม

  • เนื้อวัวหั่นพอดีคำ 1 ถ้วยตวง
  • ใบโหระพา
  • ตะไคร้ซอย 3 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียมไทยสด 5 กลีบ
  • พริกขี้หนูสวนบุบ 3 เม็ด
  • มะนาว 1 ลูก
  • กะปิย่าง 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาลปี๊บ 1 ช้อนชา
  • น้ำพริกกะปิ 1/2 ถ้วยตวง
  • น้ำเปล่า
  • ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำใส่หม้อ จากนั้นใส่เนื้อวัว ตะไคร้ ใบมะกรูด ข่า  สมุนไพรเหล่านี้สามารถดับกลิ่นของเนื้อวัวได้ดี
  2. ส่วนการตุ๋นเนื้อควรเคี่ยวด้วยไฟอ่อน ใช้เวลาประมาณ 1–1.30 ชั่วโมง แล้วแต่ชอบระดับความเปื่อยนุ่มค่ะ
  3. เมื่อตุ๋นเนื้อเรียบร้อยแล้วให้นำมาพักไว้ก่อน กรองน้ำเก่าออกให้หมด
  4. จากนั้นเทน้ำใหม่ใส่หม้อ นำไปตั้งไฟอีกครั้ง เทน้ำพริกกะปิและกะปิย่างที่เตรียมไว้ลงไป คนให้เข้ากัน
  5. พอน้ำเดือดให้เบาไฟลง ใส่พริกขี้หนูสวนบุบ ตะไคร้ซอย กระเทียมไทยสด และเนื้อลงไปในหม้อ
  6. รอสักครู่ เมื่อได้กลิ่นหอมจึงชิมรส หากได้รสที่ชอบก็ปิดไฟ เป็นเสร็จพร้อมเสิร์ฟค่ะ

สูตรจาก – parpaikin.com

เสน่ห์อาหารไทยโบราณ นอกจากจะมีหน้าตาน่าทาน แฝงไว้ด้วยความประณีต ละเมียดละไมในทุกขั้นตอนแล้ว ยังมีรสชาติเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนชาติอื่น วันหยุดนี้ลองชวนลูกๆ เข้าครัวไปทำอาหารไทยตำหรับชาววังดูนะคะ รับรองว่าลูกๆ ต้องตื่นตาตื่นใจกับเมนูอาหารไทยเป็นแน่

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



8 ต้นไม้ฟอกอากาศ ที่น่าปลูกไว้ในบ้าน
กิจกรรมของครอบครัว
Update
ข่าว ข่าว
ไรฝุ่น เป็นสารก่อภูมิแพ้ที่เป็นสาเหตุของโรคภูมิแพ้ของระบบทางเดินหายใจมากที่สุด โดยพบผู้ป่วยเด็กร้อยละ 70 ผู้ใหญ่ร้อยละ 70-90 ที่แพ้ไรฝุ่น ในตอนนี้ประเทศไทยก็ได้มีการผลิตวัคซีนไรฝุ่นและน้ำยาทดสอบโรคภูมิแพ้ เพื่อมาดูแลผู้ป่วยที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นแล้ว โดยรศ.ดร.นพ.พงศกร ตันติลีปิกร อาจารย์ภาควิชาวิชาโสต นาสิก ลาริงซ์วิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล ประธานคณะกรรมการอำนวยการความร่วมมือการผลิตวัคซีนสำหรับโรคภูมิแพ้ ได้กล่าวว่า จากการลงนามในสัญญาความร่วมมือกับบริษัท เกร๊ทเตอร์ฟาร์ม่า จำกัด เมื่อปี 2550 ในตอนนี้ได้ทำการวิจัยแะทดลองจนได้วัคซีนไรฝุ่น ซึ่งเป็นวัคซีนรุ่นแรกที่ผลิตขึ้น และนำมาใช้ได้ผลดีกับผู้ป่วยนั้นสำเร็จแล้ว ซึ่งทางศูนย์วิจัยเป็นเลิศด้านการวิจัยและพัฒนาด้านโรคภูมิแพ้และวิทยาภูมิคุ้มกัน คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดลได้เริ่มเพาะเลี้ยงไรฝุ่นบริสุทธิ์ทั้ง 2 สายพันธุ์ คือ Dermatophagoides pteronyssinus (Dp) และ Dermatophagoides farinae (Df) ซึ่งเป็นไรฝุ่นที่พบบ่อยในฝุ่นบ้านและก่อให้เกิดโรคภูมิแพ้ในคนไทย แทนการซื้อตัวไรฝุ่นจากต่างประเทศเพื่อการวิจัย ซึ่งมีราคาแพงมากกว่าที่ผลิตเองถึง 10 เท่า เพื่อนำมาวิจัยจนได้วัคซีนไรฝุ่นออกมา จากการสำรวจทั้งในและต่างประเทศพบว่า ศิริราชเป็นรายแรกในกลุ่มประเทศอาเซียนที่ผลิตวัคซีนไรฝุ่น เพื่อจำหน่ายอย่างครบวงจร โดยวัคซีนที่ผลิตได้มาตรฐานขององค์การอนามัยโลกและองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาและผ่านการอนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กระทรวงสาธารณสุข  อ้างอิงจาก https://www.newtv.co.th/news/45644
6 ธันวาคม 2562