fbpx

5 เมนูสำหรับเด็กๆ ย่อยง่าย ขับถ่ายดี

Writer : nunzmoko
: 22 ตุลาคม 2562

อีกหนึ่งปัญหาของเด็กๆ ที่ไม่ชอบทานผัก ผลไม้ก็คือปัญหาเกี่ยวกับระบบขับถ่าย ท้องผูก อึแข็ง ทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องปวดหัวหายาช่วยเสริม ปัญหาเหล่านี้จะทุเลาลงได้ด้วยการปรับสมดุลที่อาหารที่เน้นอาหารที่มีกากใยสูง ไม่ว่าจะเป็นธัญพืช ผัก ผลไม้ต่างๆ วันนี้มี 5 เมนูทำง้ายง่าย อร่อย ไม่ซ้ำ ไม่เบื่อรับรองว่าเมนูทั้ง 5 นี้ ย่อยง่าย ขับถ่ายดีอย่างแน่นอนค่ะ

1. นักเก็ตคีนัวหมูสับ

ส่วนผสม

  • คีนัว 25 กรัม
  • หมูสับ 80 กรัม
  • แครอทหั่นเต๋า 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • หอมใหญ่หั่น 1-2 ช้อนโต๊ะ
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนชา
  • เกลือ 2 หยิบมือ
  • น้ำซุป 1 ช้อนชา

วิธีทำ

  1. นำคีนัวที่ต้มสุกแล้วมาผสมกับหมูสับ ใส่หอมหัวใหญ่สับและแครอทหั่นเต๋าลงไป
  2. ใส่น้ำซุปตามด้วยซีอิ๊วขาว และเกลือไอโอดีนต่ำ ผสมส่วนผสมให้เข้ากันทั้งหมด
  3. แตะน้ำพอชุ่มๆ แล้วมาปั้นคีนัวที่ปรุงรสไว้ให้เป็นก้อนสีเหลี่ยมเล็กๆ
  4. นำไปนึ่งประมาณ 10 นาที หากชอบกรอบๆ หน่อยสามารถนำไปจี่ในกระทะได้ค่ะ
  5. เมื่อนัตเก็ตสุกดีแล้ว เสิร์ฟพร้อมซอสมะเขือเทศเพื่อเพิ่มรสชาติให้อร่อยยิ่งขึ้น

2. ช็อกบอลกราโนล่า

ส่วนผสม

  • กลาโนลา 1 ถ้วย
  • คอร์นเฟล็กบดหยาบ 1/2 ถ้วย
  • ธัญพืชตามชอบ เช่น แอลมอน เมล็ดฟักทอง งาดำ
  • ช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว 2 ถ้วย
  • ไวต์ช็อกโกแลตที่ละลายแล้ว 1 ถ้วย

วิธีทำ

  1. นำกลาโนลา คอร์นเฟล็กและธัญพืชผสมกับช็อกโกแลต และไวต์ช็อกโกแลต
  2. นำส่วนผสมทั้งหมดมาปั้นเป็นก้อน
  3. จากนั้นนำไปแช่ฟรีซเพื่อส่วนผสมจะเซ็ตตัวเป็นก้อน
  4. เสิร์ฟพร้อมนมเป็นอาหารว่างที่อร่อยและช่วยให้ลูกขับถ่ายดีค่ะ

3. ฟักทองผัดไข่

ส่วนผสม

  • ฟักทอง 2 ถ้วย
  • กระเทียม
  • ไข่ไก่ 2 ฟอง
  • ซอสหอยนางรม 1 ช้อนโต๊ะ
  • น้ำตาล 1 ช้อนชา
  • ซีอิ๊วขาว 2 ช้อนโต๊ะ
  • กระเทียบสับ
  • น้ำมัน
  • น้ำเปล่า

วิธีทำ

  1. ตั้งกระทะใส่น้ำมันจากนั้นเจียวกระเทียมจนเหลือง
  2. ใส่ฟักทอง และน้ำเปล่าลงไปผัด (ใส่น้ำในปริมาณที่ไม่ทำให้ฟักทองเละเกินไป) ผัดจนฟักทองสุก
  3. ทำให้กลางกระทะว่างๆ จากนั้นตอกไข่ใส่ลงไปให้ไข่จับตัวก่อนแล้วค่อยผัดรวมกับฟักทอง
  4. ปรุงรสโดยซอสหอยนางรม ใส่ซีอิ๊วขาว น้ำตาล ผัดให้เข้ากันเสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

4. กลาโนล่ากล้วยหอม

ส่วนผสม

  • กล้วยหอม 1 ผลกลาง
  • กราโนลาอบกรอบ 1 ถ้วย
  • โยเกิร์ตรสธรรมชาติ 1/2 ถ้วย
  • แอลมอนสไลด์ 1 ช้อนโต๊ะ
  • ครีมชีส 1/4 ก้อน
  • น้ำผึ้ง เนยถั่ว หรือช็อกโกแลต

วิธีทำ

  1. นำกราโนล่าอบกรอบรสธรรมชาติหรือรสกล้วยใส่ถ้วยหรือแก้วพักไว้
  2. นำครีมชีสและโยเกิร์ต นำมาผสม คลุกเคล้า คนจนเป็นเนื้อเดียวกัน
  3. บีบมะนาวลงไปในส่วนผสมครีมชีส
  4. ราดส่วนผสมของโยเกิร์ตและครีมชีสบนกลาโนล่าที่เตรียมไว้
  5. หั่นกล้วยหอมแล้ววางลงบนโยเกิร์ต โรยกราโนล่าและแอลมอนสไลด์เพิ่มความสวยงาม
  6. ราดน้ำผึ้ง เนยถั่ว หรือช็อกโกแลต ตามชอบ พร้อมเสิร์ฟ

5. ข้าวต้มตำลึงหมูสับ

ส่วนผสม

  • ข้าวสวย 1 ทัพพี
  • หมูสับปั้นเป็นก้อนเล็ก 5-6 ลูก
  • ใบตำลึง 1 ถ้วย
  • เต้าหู้ไข่ไก่ 1 หลอด
  • น้ำซุป 1 ถ้วย
  • ผักชีเล็กน้อย
  • ซีอิ๊วขาวเล็กน้อย

วิธีทำ

  1. ต้มน้ำซุปให้เดือด ใส่หมูสับลงไปต้มให้สุก
  2. สไลด์เต้าหู้ไข่ลงไปต้ม
  3. ปรุงรสด้วยซีอิ๊วขาว ใส่ใบตำลึงลงไป
  4. พอเดือดแล้วตักราดข้าวสวย โรยผักชี พร้อมเสิร์ฟ

 

สูตรจาก – wongnairakluke

 

Writer Profile : nunzmoko

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



5 เคล็ดลับทำให้ลูกชอบกินผัก
เด็กอายุ 2-5 ขวบ
Update
ข่าว ข่าว
เด็กถูกลืมไว้บนรถเป็นข่าวที่ออกมาให้เห็นอยู่เนืองๆ หากโชคไม่ดีเด็กที่ถูกลืมก็อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นนักวิทยาศาสตร์ที่ประเทศแคนาดาจึงพัฒนาระบบเซนเซอร์ติดตั้งบนรถ ที่สามารถตรวจจับความเคลื่อนไหวของเด็กและสัตว์เลี้ยงด้วยระบบเอไอ คณะวิทยาศาสตร์จากมหาวิทยาลัยวอเตอร์ลูในแคนาดา เผยว่า อุปกรณ์นี้พัฒนาขึ้นมาโดยใช้เทคโนโลเรดาร์และปัญญาประดิษฐ์ (เอไอ) ซึ่งจะต้องติดตั้งอุปกรณ์เซนเซอร์นี้ไว้ที่เพดานรถยนต์หรือกระจกมองหลังเพื่อการตรวจจับอย่างละเอียด แล้วสัญญาณเรดาร์จะสะท้อนกลับมาที่อุปกรณ์ เมื่อตรวจพบคนหรือสัตว์เลี้ยงภายในรถ เอไอก็จะวิเคราะห์การค้นหา เพื่อตัดสินใจว่าควรจะส่งสัญญาณหรือไม่  อุปกรณ์นี้ยังป้องกันไม่ให้ประตูรถถูกล็อกและส่งสัญญาณเตือนไปถึงคนขับและผู้ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงด้วย ซึ่งทีมนักพัฒนายืนยันว่าอุปกรณ์นี้ทำงานได้ถูกต้อง 100% และตั้งใจจะทำวางจำหน่ายในสิ้นปี 2563 สำหรับสาเหตุที่เด็กเสียชีวิตเพราะถูกทิ้งไว้ในรถมีทั้งพ่อแม่ลืม เด็กล็อกประตูเล่น รวมไปถึงพ่อแม่ตั้งใจทิ้งลูกไว้ เพราะคิดว่าไปทำธุระแป๊บเดียว โดยที่พ่อแม่ลืมก็เป็นเพราะนั่งอยู่บนคาร์ซีทที่เด็กนั่งหันหน้าเข้าเบาะ ทำให้พ่อแม่ไม่เห็นและเด็กก็ยังเล็กเกินกว่าที่จะสื่อสารได้ ซึ่งเด็กที่เสียชีวิตเพราะความอบอ้าวภายในรถ ราว 83% เป็นเด็กอายุไม่เกิน 3 ขวบและอีก 55% มีอายุประมาณ 1 ขวบหรือเด็กกว่านั้น  อ้างอิงจาก https://www.thebangkokinsight.com/237733/  
14 พฤศจิกายน 2562