fbpx

กล้วย ข้อควรรู้ก่อนให้ลูกทานกล้วย และคุณประโยชน์ที่น่าสนใจ

Writer : blahblahboong
: 29 กรกฏาคม 2562

กล้วย ผลไม้ที่มักจะเป็นประเด็นออกข่าวให้เราได้เห็นอยู่บ่อยๆ แน่การให้เด็กทารกทานกล้วยบดนั้น เป็นเรื่องที่ไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง เพราะกระเพาะและระบบย่อยของทารกยังพัฒนาไม่สมบูรณ์เต็มที่ เมื่อรับอาหารชนิดอื่นเข้าไปจะทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพโดยตรง

แต่สำหรับเด็กที่มีอายุ “6 เดือน” ขึ้นไป ที่สามารถรับอาหารอ่อนอื่นๆ ได้แล้ว กลัวยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับอาหารเด็ก เรามาดูกันค่ะ ว่ากล้วยนั้น มีประโยชน์ยังไง มีข้อควรระวังอะไรที่ต้องรู้ก่อนป้อนกล้วยลูกบ้าง และผลเสียของการป้อนกล้วยลูกเร็วเกินไปค่ะ

ควรให้ลูกทานกล้วย เมื่อมีอายุ 6 เดือนเป็นต้นไป

ข้อควรรู้ก่อนลูกน้อยทานกล้วย

  • อย่าป้อนกล้วยลูกเร็วเกินไป
  • สังเกตอาการอย่างใกล้ชิดหลังให้ลูกทานกล้วย
  • กล้วยน้ำว้าเหมาะกับเด็กมากที่สุด

ประโยชน์ของกล้วยต่อสุขภาพ

  • บำรุงผิว
  • ให้พลังงาน
  • ลดอาการท้องผูก
  • บำรุงเลือด
  • ลดระดับคอเลสตรอรอล

เพราะอะไรถึง ห้ามป้อนกล้วยลูกเร็วเกินไป

  • ภูมิต้านทานลดลง
  • ท้องอืด อาหารไม่ย่อย ท้องผูก ท้องเสีย
  • เสี่ยงต่อการเกิดลำไส้อุดตัน
  • ทำให้ขาดสารอาหารอื่นๆ
  • เกิดภาวะอุดกั้นทางเดินหายใจ

ข้อมูลจาก

Writer Profile : blahblahboong

  • Blog :
  • Social Media :

  • Official Sponsors :
  • Samitivej Hospital

 

Generic placeholder image

บทความที่เกี่ยวข้อง



Update
ข่าว ข่าว
ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา มีรายงานจากทวีปยุโรปและอเมริกาเหนือพบผู้ป่วยเด็กและวัยรุ่นที่เจ็บป่วยด้วยลักษณะที่คล้ายกับกลุ่มอาการคาวาซากิ ร่วมกับมีภาวะช็อก คือมีอาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน ด้วยการอักเสบรุนแรงในหลายอวัยวะทั่วร่างกาย เบื้องต้นเชื่อว่ากลุ่มอาการนี้สัมพันธ์กับการติดเชื้อไวรัสโควิด 19 โดยภาวะนี้เรียกว่า Multisystem Inflammatory Syndrome in Children and Adolescents (MIS-C) แม้กลุ่มอาการนี้จะมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคคาวาซากิ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดอักเสบทั่วร่างกายที่พบในภูมิภาคเอเชีย แต่ก็มีหลายประเด็นที่แตกต่างกันคือ  กลุ่มอาการ MIS-C พบในเด็กโตอายุเกิน 5 ปีได้บ่อยกว่า  มีอาการของระบบทางเดินอาหารได้บ่อยถึงร้อยละ 67-100 และบางครั้งเป็นอาการนำก่อนที่จะมีอาการอื่นๆ หลายระบบตามมา  มีความผิดปกติของการทำงานหัวใจที่ค่อนข้างรุนแรง  มีระดับของเอนไซม์บางตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจน (Triponin, BNPs) ซึ่งไม่ค่อยได้พบในโรคคาวาซากิ  มีปริมาณเกร็ดเลือดที่ค่อนข้างต่ำซึ่งต่างจากโรคคาวาซากิที่มักมีภาวะเกล็ดเลือดสูง  บางรายยังมีอาการของระบบประสาทหรือเยื่อหุ้มสมอง เช่น ปวดศีรษะ ซึม กระสับกระส่าย คอแข็ง ในรายที่รุนแรงพบเนื้อสมองบวม แต่สิ่งที่น่ายินดีคือพบว่าผู้ป่วยส่วนใหญ่ แม้ว่าจะมีอาการรุนแรง แต่ตอบสนองดีต่อการรักษาด้วยยาลดการอักเสบกลุ่ม IVIG หรือ สเตียรอยด์ เกือบทั้งหมดสามารถหายและกลับบ้าน ได้มีเพียงผู้ป่วยจำนวนน้อยที่เสียชีวิต   สำหรับในประเทศไทยยังไม่พบผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์การวินิจฉัยของ MIS-C เหมือนในต่างประเทศ แต่ถ้าหากผู้ปกครองพบมีเด็กอาการน่าสงสัยคือไข้สูงเกิน 3 วัน มีอาการทางเดินอาหาร หรือมีผื่นผิวหนัง ตาแดง สามารถปรึกษากุมารแพทย์ที่โรงพยาบาลใกล้บ้าน หรือสถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี call center 1415  อ้างอิงจาก http://www.dms.go.th/Content/Select_Landding_page?contentId=21859
5 มิถุนายน 2563

anal porno zdarma culi nudi al mare free sex videos antalya escort